วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การหาตัวตน

เมื่อเช้านั่งดูคลิปพี่แจ๊ค ปิตุพงษ์ ไปบรรยายที่ted เชียงใหม่ รู้สึกว่าการทำงานแบบที่เราใช้ชีวิตมา10ปีนี่ มันช่างขาดattitude เป็นคนไม่มีattitude เลย ทำงานตามโจทย์ เริ่มรู้สึกแย่.... คนเป็นนักออกแบบ...แม่งต้องมีattitude...

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

ว่าด้วยเรื่องเครื่องอ่านใจคน

เด็กเวลาเดินไปตามท้องถนน คิดว่าถ้าเราอ่านใจคนทั่วไปได้ก็คงดี
ซึ่งมาค้นพบว่าวันนี้เราได้มีอุปกรณ์นั้นๆแล้ว
มันคือstatus FB และคอมเม้นในโลกออนไลน์ นั่นเอง เห็นตะโกนบอกคนจังว่า"เบื่องานเว่ย" "อารมณ์ดี" "รถติดจัง" อยากรู้ว่าเค้าคิดอะไรก็ไปอ่านstatus
....แต่พบว่าโลกโกลาหลขึ้นเยอะ ใครทำอะไรถูกหรือผิด ดีหรือไม่ดี ก็จะมีเสียงลอยออกมาจากใจเค้า "งานกากๆ"
"ยอดเยี่ยมเลยงานเทพ" "งานสถุล" ดังออกมาเสมอๆ

วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เรื่องว่าการลอก

การลอกกับงานสร้างสรรค์เป็นเรื่องที่ผมว่าเป็นประเด็นที่ไม่กระจ่างแจ้งและไม่เป็นธรรมสำหรับคนทำงาน
จริงๆสำหรับผมผมว่าทุกอย่างในโลกนี้เติบโตได้จากการเรียน การเรียนคืออะไรการให้เข้าใจเค้าก่อนใช่มั้ย จดจำประสบการณ์ของเค้าเพื่อนำไปพัฒนาต่อ ท้ายสุดแม้แต่วิศวกรรมเราก็ลอกเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาต่อไปสู่อีกเทคโนโลยีนึงใช่มั้ย งานที่ลอกในสายตาผมคืองานที่ลอกด้วยวัตถุประสงค์ที่จะไม่พัฒนาสิ่งนั้นเลย  งานทุกงานจะลอกหรือไม่ จริงๆแล้วจะมีผู้เดียวที่ตอบได้ ก็คือผู้สร้างสรรค์นั้นแหละ ผมออกแบบงานล่าสุดเป็นโดม ซึ่งไอเดียนี้ก็ไม่ใช่ไอเดียที่โดดเด่นอะไรเพราะก็เคยมีเพื่อนคิดอะไรแบบนี้ และแล้วทางsupplierโทรมาถามว่าจะspecไฟยังไง เค้าเห็นคอนนึงมีโดมเหมือนกันเลย เอาแบบนั่นมั่ย..ผมงง ผมบอกว่าผมไม่เคยรู้เลยว่าใครทำมาแล้ว ตอนนี้ที่พิมพ์นี่ก็ยังไม่เคยเห็นและยังไม่ได้ดู คิดไว้ว่าจะไม่ดูเพราะถ้าดูกลัวจะติดตา...(แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทนความอยากรู้ไหวมั้ย) แค่เขียนเพราะกลัวภายหลังจะมีปัญหาเรื่องลอกไม่ลอกเนียะแหละ หลายครั้งที่เคยคิดว่าสังคมที่รวดเร็ว รุนแรง สามารถแสดงอัตตาของตนได้อย่างไร้ขีดจำกัด และมีการกลั่นกรองทางความคิดที่น้อย ก็ได้ทำลายโอกาสที่จะพัฒนาของคนหลายๆคนมากมาย

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชีวิตคือการเรียนรู้

ขีวิตผมอยู่บนความเชื่อว่าเราสามารถเรียนรู้อะไรใหม่ได้ทุกเวลาและทุกวินาที
ผมมักจะแบ่งปันรายได้ที่หากันมาให้กับขีวิตทีมงานส่วนนึงและเกฌยอีกส้วนนึงไว้ะาพวกเค้าไปเรียนรู้ชีวิต หาประสพการณ์ชีวิต
การพาทีมงานไปต่างประเทศ สำหรับผมไม่ใช่การพาไปพักหรอก
แต่ผมมอบของขวัญให้เค้าเหล่านั้นเป็นประสบการณ์ชีวิตของเค้า ซึ่งจะอยู่กับเค้าไปอีกนาน
และแบ่งให้ใครไม่ได้  เอาไว้พัฒนาตัวเองในวันต่อๆไป
การเป็นcreative ,designerหรืออะไรก็ตาม
เราต้องรู้จักพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
การท่องไปในโลกกว้างจีงเปรียบเสมือนหนังสือเล่มใหญ่ที่ผมส่งมอบให้อ่าน แต่ใครจะอ่านได้มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับคนอ่านละ ไม่ใช่ผม

วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557

โลกนี้คือโลกแห่งการบิ้วท์

เวลาคนเราไม่ชอบอะไรใครสักอย่าง
ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่
ก็จะพาลให้ไม่ชอบไปอีกหลายอย่าง
พาลอยากให้คนอื่นไม่ชอบเค้าเหมือนเรา
ท้ายสุดเราก็จะพาลคิดว่าเค้าคือคนที่เราไม่ชอบเราเกลียด
และก็จะไปจบท่่ีเราก็จะไม่มีคนๆนั้นในชีวิตอีกตอไ

แต่ชีวิตจริงเราไม่มีทางที่จะไม่ชอบอะไรหรือชอบอะไรใครได้ทุกอย่าง
เราแค่ยอมรับในจุดดีจุดด้อย ชีวิตมันก็จะง่่ายขึ้นเยอะแยะ
ขอแค่พร้อมจะอยู่ด้วยกันเรา ระยะที่เหมาะสมต่อกัน
จะทำให้เรื่องเล็กบางเรื่องเราจะเข้าใจ
และไม่ตีโพยตีพายให้ลุกลามใหญ่โตจนเป็นความเกลียดชัง

วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ขาวเทาดำ

เพิ่งกลับมาจากพาออฟฟิสไปเที่ยวฮ่องกง
ตื่นมาก็คิดอะไรไดบางอย่างอย่างฉับพลัน
ชีวิตคนมันเป็นสีเทาคือมันยากที่จะหาอะไรถูกอะไรผิด
ท้ายสุดมันไม่มีอะไรที่ผิดจริงๆหรือถูกจริงๆ
มันมีแค่ผิดของใครถูกของใคร
และสิ่งนี้สิ่งไหนมันจะดีก็ไม่มีใครตอบได้
เพราะมันไม่ใช่ปัจจุบัน

ท้ายสดเราก็พบว่าทุกอย่างมันเป็นอนิจจัง

แต่การคงอยู่ของมวลมนุษย์สัตว์ที่มีความยุ่งเหยิงในชีวิตสูง
เราต้องการระบบเพื่อยืดการสูญพันธ์ของมนษย์
และการเดินทางของระบบในมวลคนจำนวนมากในเวลาจำกัด
เราต้องการสีขาวและดำ
ดังนั้นมันจึงมีการขีดเส้นขึ้นมาหลายครั้งเพื่อกำหนดทิศทาง
ของระบบให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการเดินทางต่อไปข้างหน้า
เพื่อให้มันการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันบ้าง
แต่พอหลังจากการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันมันก็จะกลายเป็นสีเทาๆอยู่ดี

เรื่องที่ว่านี่คิดได้วันนี้22/12/2013
วันที่เหลืองปะทะแดงอย่างเอาเป็นเอาตาย

ปล
ผมทำงานอยู่ในสายเผด็จการณ์
เพราะศิลปะมันไม่มีถูกมีผิดเราต้องการคนที่บอกว่าขาวหรือดำ
เราจะได้แก้ปัญหาต่อไปด้วยการคิดแบบสีเทาๆออกมายอีกครั้ง