วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

มรสุมลูกใหญ่ เร่ขายฝัน the musical

ต้องยอมรับก่อนว่า งานนี้เป็นงานละครเวทีเต็มตัวครั้งแรก
ด้วยความที่ไม่เคยจริงๆ ความั่นใจก็น้อยลงตามลำดับไป ทางโต๊ะกลมก็มีประสบการณ์ไม่เยอะ
พอยิ่งทำงานไปยิ่งงง กันไปใหญ่ งานนี้กระบวนการทำงานค่อนข้างfail นะ ผมยอมรับ คือเรารู้ว่าทางลูกค้า
เค้าคาดหวังอะไรบ้างซึ่งเยอะมากๆๆ แต่เราทำได้ไม่ถึง โจ้(ลูกค้า)ถึงกับต้องมานั่งเฝ้า ซึ่งยิ่งทำให้ทำงานอึดอัด และช้าลงไปอีก และงานก้อยิ่งไม่เดินหน้า ยิ่งเครียด ต้องยอมรับมางานนี้ไอ้ อ่ะ(ทีมงาน)มาช่วยไว้ ไม่งั้นก็ยิ่งหนัก หน้าที่ของมันมีไม่มาก แค่ให้กำลังใจลูกพี่มัน ว่างานdesignมันดีแล้ว เป็นที่คอยให้เราconfirmงาน แต่นั่นก็สำคัญมาก เพราะเราเองก็ยิ่งมึนๆ มรสุมก็เข้ามามากมายหลายลูก
งานนี้เป็นงานที่ทำนานมาก พอพอกะinnocent แต่กดดันกว่า เพราะความไม่เคย และภาพที่ตัวเองตั้งไว้สูงมาก
ไม่เคยคิดว่าจะทำฉากละครเวทีออกมาธรรมดาๆ (แบบที่เห็นออกใช้เป็นของจริง นั่นแหละธรรมดามาก)
มั่วแต่คิดจะไม่ธรรมดา งานก็เลยไม่ค่อยเดิน แล้ววันนึงพี่สังก็ คงอดทนไม่ไหว ว้ากใส่ ผมอย่างแรง
แรงเลยแหละ ถึงกับหดหู่ไปพักนึง แต่งานก็ต้องทำ ก็อดนอนๆๆๆ ทำๆๆๆ มันก็เริ่มมีงาน มีพ้ง มี อ่ะ มาช่วยทำนู่นนี่นั่น แนวตัดmodelอะไรต่างๆ มันก็เริ่มมีงานขึ้น ก็ทนๆ ตู๊ๆๆ มาจนงานออกมา ก็มีคำชมมากมายนะ
แต่ผมไม่รู้สึกอะไรเลย รู้สึกอายด้วย เพราะไอ้ที่อยากให้เป็นมันไม่ได้มีแค่นี้เลย ท้ายสุดก็เป็นงานที่ออกมาสวย แต่แสนธรรมดา ไม่ได้มีอะไรใหม่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย ถ้ามีโอกาส คราวหน้าก้อยากลองแก้ตัว (ซึ่งความว่าคงไม่มีแล้ว ฮ่าๆๆ) ...ขี้เกียจเขียนละ วันนี้ง่วงมากละ

ลมมรสุม Greenwave the greastest song

จริงๆตอนรับบรีฟกะพี่ฉอดครั้งแรกผมถึงกะอึ้งๆ คอนเสิร์ตอะไรวะเล่นกันห้าชั่วโมง จะหลับก่อนมั้ยเนียะ แต่พี่ฉอดบอกว่าGREENทำทั้งที เราต้องมากที่สุด เยอะที่สุด อะไร อะไรก็ที่สุดตามสไตล์ของพี่ฉอด ในใจผมนึกว่า " แล้วมันจะเหนื่อยที่สุดด้วยรึเปล่าวะ" แต่พอทำ ผมก็ค่อนข้างช้าสำหรับงานนี้ เพราะผลพวงของการกระทบจากมรสุมลูกอื่นก็มีบ้างเป็นประปราย แต่ความยากมันเริ่มเกิดตั้งแต่ตอนรับbriefว่าพี่ฉอดอยากได้concertที่มีหลายๆscene เพราะตอนแรกผมกะแบบมักง่ายว่าก็คงเป็นคนๆออกมาร้องเพลงกันไป แค่ศิลปินก็เยอะขนาดนี้ ก็พอไหวน่ะ "แต่ในใจพูดว่า ..คนดูหลับแน่มึงงงง...ทำไงดีวะ" แต่ไอ้ความยากที่พี่ฉอดบอกว่าอยากจัด Groupingของshow เพื่อแบ่งให้เป็นsceneๆ เนียะ เป้นความยากที่ผมรับได้ เพราะมันทำให้ผมคิดง่ายขึ้นในแต่ละกลุ่มว่าควรเป็นยังไง คนดูจะได้ไม่หลับ

ความยากจริงๆของผมมาเกิดตอนที่ผมมารู้ว่าพี่ฉอดสุดที่loveเนียะจะไปเมืองนอก แล้วก็ไปนานนนซะด้วย กลับมาก็มาถึงก่อนshowเลย ตอนแรกก็นึกในใจ "สบายละ ไม่ต้องกดดัน "แต่ไปไปมามา กลับยิ่งวุ่นเพราะไม่มีคนเคาะ คนทำงานคนอื่นๆก็เสนอนู่นนี้ มั่วไปหมด เราเองก็เยอะจะทำนู่นนี่นั่น กลางเป็นงานยักแย่ยักยัน ต้องโทรไปหาพี่ฉอดกันวันละสิบเที่ยว คนนู้นเสนออย่างงู้นคนนี้เสนออย่างงี้ โทรกันdirect ไม่รู้ว่าอันไหนupdate มึนเป็นที่สุด
ท้านสุดวิธีคิดมันก็ออกมาเป็นกลุ่มๆ สองกลุ่มใหญ่ๆคือเปิดตัวศิลปิน กับเปิดตัวก้อนเพลงแนวต่างๆที่เป็นที่นิยมของชาวGreenwave พอมันgroupingชัดเจนก็ง่ายนิดนึง ผมพยายามออกแบบให้เปิดตัวศิลปินเป็นการเปิดจากที่ต่างๆกันไป ส่วนการจัดกลุ่มก้อนเพลงจะพยายามใส่Machenic ต่างๆ เพื่อลดความเป็นศิลปินลง แต่เน้นความเป็นเพลงมากกว่า Stageความนี้ ผมเบื่ออะไรที่มันตรงกลาง เลยทำstageแบบเอียงๆ เพื่อให้มันดูแปลกตาไปบ้าง แล้วก็เน้นความGrand คือเวทีกรอบยาวตั้งแต่ฝั่งนึงไปจนอีกฝั่งเลย(แต่ดันมีคนดูบอกว่าไม่ค่อยแกรนด์ แต่นี่ก็ที่สุดแล้ว - -')
เป็นงานที่วุ่นวายมาจนท้ายที่สุด เป็นงานที่ค่อนข้างมั่วงานนึกในปีนี้ เพราะเวลาการทำงานจำกัดมาก
ผมพยายามdesign ทุกอย่างให้มี Block ให้ศิลปินและdancer อยู่ในที่ที่ไฟอยู่ก็จะทำงานได้ทันเวลา แต่Choreoทำshowไปซะมากมาย เดินพล่านไปหมด ผมก็ทำไฟให้ไม่ทัน ก็จบเห่ มั่วไปหมด
ปล งานคราวนี้ผมผิดเรื่องการทำงานช้ามากแล้วดันทำslope ชันมากทำให้ผู้หญิงใส่ส้นสูงเดินไม่ได้เลย
เสียfunctionไปเยอะเลย เลยทำให้ที่design ไว้ มันก็มั่วไปกว่าเดิมอีก แต่ดีที่Showมันเอาอยู่ อย่างน่าประหลาดใจ ต้องยอมพี่ฉอดจิงๆว่าแกแม่นเรื่องของคนgreenwaveมากๆ แกเรียงเพลง ที่ทำให้คนดูไม่หลับ แต่ก็เพราะmechenicที่คิดกันมาด้วย ที่ทำให้คนดูมันมีอะไรให้สนใจตลอดshow


มรสุมเดือนตุลาคม

ทุกๆเดือนตุลาคมของทุกปี
ผมจะพบว่า มีลมมรสุม พัดผ่านเข้ามาทุกปี
ปีไหนเตรียมพร้อมก็รอดตัว ปีไหนแรงหมด ก็ต้องมีงานห่วยๆออกไปให้ประชาชีด่ากันซักงานสองงาน
อย่างสองปีก่อน มีงานatime yearplanที่โดนด่าหนัก ส่วนเมื่อปีก่อนก็เป็นงานNUVO
ปีนี้ ผมผ่านมรสุมลูกใหญ่สามลูกได้ แต่ไปกระท่อนกระแท่นในมรสุมลูกเล็ก ที่ตามมานิดหน่อย
งานแรกคือ GREENWAVE THE GREATEST SONG
ต่อด้วยงาน ละเครเวทีเรื่องเร่ ขายฝัน
และลูกใหญ่ลูกสุดท้ายคือ innocent
ส่วนลูกเล็กที่ตามมาทีหลังเนียะ คือ Atime yearplan 2010

ปีนี้เป็นปีที่คนทำงานในofficeน้อย
แต่ผมใส่ความมุ่งมั่นเข้าไปมาก กดดันตัวเองมาก
(คาดว่าหมดปีนี้คงแก่ขึ้นไปอีก 6-7ปี เพราะใช้พลังงานไปมาก เอาตอนแก่มาใช้หมดละ)
ปีนี้ผมพยายามเตรียมรับมือกับทุกสถานการณ์ คราวนี้ก็เลยออกมาพอใช้ได้
ซึ่งก็ได้ถ่ายรูปมาให้ดูบ้าง จากมือถือง่อยๆของผม
ลองดูกันไป คราวนี้เอาแค่บรรยากาศมาให้ดู (น่าเสียดายที่ของatimeyearplan ไม่ได้ถ่ายไว้เพราะเหนื่อยเกิน แต่หน้าตาก็ok อยู่นะ)


วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552

MAI-TINA Concert


อันนี้ก็เป็นconcertที่เหนื่อยสายตัวแทบขาด
ด้วยความตั้งใจกันมากๆ แล้วก็เป็นคอนเสิร์ต เยอะกันทุกฝ่าย(โดยเฉพาะตู)
แต่งานมันต่อเนื่องมาตลอดเลยไม่มีเวลามาเขียน
แต่ที่นึกขึ้นมาได้นี่ก็เพราะบังเอิญมีคนที่atime(คิดว่านะ) ส่งรูปตอนที่ถ่ายหลังจบconcertมาให้
เลยทำให้นึกถึงConcertนี้ขึ้นมา เดี๋ยวถ้ามีเวลาก็มาเขียนถึง ขอ post รูปนี้ไปก่อนละกัน (เจ๊ติ..นี่ตู๊มจิงๆ )

The return of JOE NUVO ใน JOE-J the brother concert



มาอีกครั้ง ในรอบหลายเดือน
จริงๆที่หายไปนานเพราะลืม
ทำconcertไปหลายอัน ที่กะว่าจะเขียน และtripที่ไปที่ las vegasก็ยังไม่ได้เขียน
ตอนนี้อารมณ์มันก็ลืมๆเลือนๆไปบ้างละ ก็ขอเริ่มเขียนอะไรที่สดๆกว่าละกัน
เอาเป็นงานJOE-J The brother concertและกัน

จริงๆงานนี้ทำไปก็มีเกร็งๆไป เพราะรู้สึกตั้งแต่เริ่มละว่า
ผมมีชนักติดหลังกะงานนูโว จากคราวที่พี่โจ้ว๊ากใส่ตอนถ่ายVTR ยังทำให้แหยงไม่หาย

ตอนfirst brief ศิลปิน ผมเข้สประชุมด้วย ไอ้เรานี่ก้าหน้าหลบตลอด แบบในใจนึกว่า
"อย่าจำกูได้นะ อย่าจำกูได้"
คุยกันไปมา พี่ฉอด ก็ดันส่งไม้มาให้ตู ว่า พลมีอะไรจะเสนอมั้ย?
งานเข้า และไอ้ตอนนี้จริงๆก็อยากถามแต่ยังไม่อยากให้เค้าจำได้ พอพี่ฉอดส่งไม้มา ก็เลยถามนู่นถามนี่
แต่ดูเหมือนเค้ายังจำเราไม่ได้ ในใจนึก ฮ่าๆๆ รอดๆๆๆ

พอครั้งที่สองนั้นเฮียทั้งสองไปถ่ายposter เค้าเริ่มตะหงิดๆว่าเคยเจอกันที่ไหนเค้าก็ถามๆว่าเอีะ เคยเจองานไหน
เราก็เลยบอกว่าอ้อ ตอนนั้นทำนูโวให้คับ แลัวก็รีบๆสั่งให้พี่เค้าactท่าถ่ายPoserต่อ ก็ไม่มีอะไรมากเพราะ
วันถ่ายพี่โจมาสายมาก(ขนาดต้องนั่งมอเตอร์ไซด์มา แล้วก็เอารถไปฝากไว้ในโณงแรมม่านรูด) เค้าเลยวุ่นๆ ผมก็รีบๆถ่ายรุปเค้า ก่อนกลับ เค้ายังถามว่า อ้อนี่ทำงานประจำที่Atimeเรอะ ผมก็บอกว่าเปล่าๆ

พอช่วงหลังตอนconcertจะเล่น ผมก็ขอไปbrief conceptของshowใฟให้ศิลปิน ไอ้คราวนี้แหละที่แกนจำกูได้ละ
เริ่มจำได้ว่าไอ้นี่นี่เองที่ทำงานกู(นูโว) โดนด่า มาถึงทักเลย "อ้อ นี่คุณcreative ที่คิดมาร้อย ผลงานออกมาสิบ" กูเลย เหี้ยละ แล้วยังเผลอไปปล่อยมุขซ้ำ "ไม่ไม่พี่ คิดพัน ได้สิบต่างหาก ...ไม่รู้กูจะพูดทำมายย)
briefไปเรื่อยๆ แกก็บ่นๆ แบบ คราวที่แล้วไม่workๆๆ อะไรทำนองนี้ ตูก็ไม่สนใจ brief concept show ให้แกฟังไปเรื่อยๆ ฟังไปซักครึ่งแกก็แว๊ปออกไป ... ก็เอาเป็นว่า ตูเริ่มกดดันละ งานนี้จะเป้นไงหว่า

พอตอนช่วงเข้าsetงานก็เริ่มสนิท และโชคดี แกก็ไม่พูดถึงครั้งทำนูโวอีก แต่ตรูเนียะกดดันไปแล้ว แบบstage ก็conceptคล้ายๆตอนทำNuvo (เพียงแต่คราวนี้ไม่ตัดงบตู) ทำไปแหยงไปว่าจะเหี้ยมั้ยว้าา
ต้องถามคนอื่นตลอด เสริมความมั่นใจ ว่า มันไม่เหี้ยๆๆ (ซึ่งจริงๆไอ้เราก็ว่ามันไม่เหี้ยนาา แต่มันไม่มั่นใจนี่หว่า) ท้านสุดจบงานนี้ออกมา ก็เหมือนปกติ คือคิด100 ก็ได้สัก 70 คือมีผิดคิว ทำไม่ทัน technical error เช่น Boardไฟ แฮ้งกลางShow (อันนี่โคตรเครียด..แต่แล้วก็เอาตัวรอดมาได้) แต่รวมๆก็ออกมาพอรับได้
รอดไปอีกงาน ได้เครดิตจากพี่โจกลับมาละ สบายใจขึ้นหน่อย
ส่วนรูปของตัวเองยังไม่ได้loadลงเครื่องเลยไปขอรูปของคนในพันทิปมาใส่ไว้ก่อน

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ว่าไปแล้วผมก็ไม่ได้มา Up blogซะนาน ขอเริ่มจากthe singerละกัน

เอาเป็นว่า หัวข้อนี้จะเล่าเกี่ยวกับเรื่อง the singer concert
จริงๆท้ายสุดFeedback concert ก็ไม่ได้ออกมาแย่มาก
แต่โดยส่วนตัว ผมว่าผมพลาดเรื่องproductionไปพอสมควร 
โดยฌฉพาะของAof พยายามทำให้มันแนวๆ แต่ท้ายสุดออกมาง่อยไปหน่อย
ผมลองใช้ PVC strip ยาว เล่นกับเส้นตรงๆ แต่พอมาเข้าfunction ที่ผมอยาก
ให้สามารถเลื่อนเก็บเพื่อเปลี่ยนsceneได้ มันเลยโดนจำกัด
พอสมควร หน้าตาเลยออกมาเรียบร้อย เกินไปหน่อย
การจัดแสงก็จัดไม่ทัน ก็เลยทำให้effectที่่ออกมามันไม่ค่อยได้ดังใจที่ต้องการ
แต่the singerของพี่มิ้นยังรอดกว่าเพราะ พยายามถม งานลงไปในstage
มากกว่าจะปล่อยให้มันเรียบๆ abstractๆ 
แต่ท้ายสุดด้วยเวลาทำงานที่จำกัดมากๆๆ เพราะให้เวลาทำงาน
เท่ากับconcert เดียว แต่มี2 concerts 
ผมงี้ต้องอดนอนค้างที่รัชดาลัย ทำงานติดต่อกันกว่า40 ชมเลย
เกือบตาย และถือเป็นconcertที่เหนื่อยมาก
ข้อจำกัดของเวลา มันก็ทำให้งานออกมาไม่ค่อยสมบูรณ์นัก
ยังโชคดีที่ศิลปินทั้งสองคนเก่ง ด้านร้องเพลง(The singer นิ)
ทำให้ภาพรวมโชว์ดูออกมาไม่แย่ซะทีเดียว 
ส่วนการเรียง Show
ผมว่าการวางsequence ของAof ไม่ค่อยดี ดูอืดๆ
และดูไม่มีที่มาที่ไป เพลงส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงช้า
มันเลยช้าๆๆๆๆๆ ไปหมด
การbrief กับศิลปินก็ไม่ค่อยดีนัก
ทำให้บางทีaof เดินไปในที่ต่างๆ ที่เรากำหนด
แต่Aof ไม่เข้าใจว่าเดินไปทำไม การสื่อสารเลยสับสน
เช่นเราให้เค้าเดินลงมาจากเวทีเพื่อชวนคนดูร้องเพลง
กลับกลายเป็นภาพ Aof ลงมาหาคนดู มาถ่ายรูปมาจับมือ
ให้ดอกไม้ซะงั้น คนดูก็เลยดูใหญ่ ไม่ช่วยกันร้อง
แขกรับเชิญของAof ผมว่าOk ทุกคน
เสียดายDJ เชาเชา จริงๆเป็นคนตลก และหัวไวมาก แต่คนดูไม่ค่อยอิน
ส่วนโอปอลผ่านเลย
แต่ของเรียงเพลงพี่มิ้นผมว่าเรียงเพลงค่อนข้างดี
พี่มิ้นเป็นคนเอาscriptพี่ฉอดไปใช้แบบเข้าใจ
ความต่อเนื่องเลยดี ไม่เหมือนมาอ่านscript
และรู้ว่าช่วงไหนควรbuildคนดูอย่างไร 
แม้จะเป็นเพลงช้าเหมือนAof แต่อาจจะเพราะว่าเพลง
พี่มิ้นดังเยอะมากเลย เรียงเพลงง่ายกว่า
คนดูparticipateกว่ามากๆ
แขกรับเชิญของพี่มิ้นคือพี่ปํ่น พี่แต๋ม 
สุดยอดมาก ชอบ
แต่ผมไม่ชอบพี่มัม ผมว่าบางทีเค้าเยอะไป
ทำให้showมันขาดตอน และบางทีแย่งscene
แต่รวมๆก็ไม่แย่นัก ถึงแม้จะอยากทำให้ได้ดีกว่านี้
แต่แค่นี้ก็สุดๆละ
เดี่ยวรูปกับsequence showจะแนบตามมา