แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ design แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ design แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

รสนิยม ... รสที่คุณนิยม

จริงๆฺBlogนี้จริงๆตั้งใจจะทำเป็นที่รวบรวมความเป็นมาเฉพาะงานที่ผมทำ
แต่ไปไปมามา ก็ขอเอาความคิดต่างๆที่มีในชีวิตประจำวันละด้วยละกัน
(จริงๆcolumn ต่อไปเป็นคิวของ design process ของ Mai-Tina, Jo+J, Green Concert )
แต่บางเรื่องที่คิดขึ้นมาในหัว ก็เลยอยากเขียนขึ้นมาก่อน

จะเขียนเรื่องที่ว่าด้วย " รสนิยม"
หลายครั้งหลายคราวมากที่ผมจะได้ยินคำว่า รสนิยม
แต่ส่วนใหญ่ที่ได้ยินคำว่า รสนิยม มันมักจะไม่ได้มาแค่นี้ แต่มันมันจะมาพร้อมคำคุณสรรพติดท้ายมาด้วยอื่นเช่น รสนิยมดี รสนิยมแย่ รสนิยมเสี่ยว อะไรอีกมากมาย... แล้วแต่สมองของผู้พูดจะคิดได้

ทุกครั้งที่ผมได้ยินคำนี้ ผมมักคิดไปเสมอๆว่า คำนี้มันมีคุณสรรพต่อท้ายได้ด้วยเหรอ
รสนิยม มันก็คือรสนิยม สำหรับผมคำต่อท้ายของมันน่าจะเป็นคำว่า "รสนิยมของ....."
เช่น รสนิยมของผม รสนิยมของคุณ อะไรเช่นนี้

เพราะคำว่ารสนิยม ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน แปลว่า
[รดสะนิยม, รดนิยม] น. ความนิยมชมชอบ, ความพอใจ, เช่นเขามีรสนิยมในการแต่งตัวดี.

รสนิยม ตาม พจนานุกรม ไทย-ไทย อ.เปลื้อง ณ นคร
[รด-สะ-นิ-ยม, รด-นิ-ยม]น. ความนิยมชมชอบในสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งเป็นไปตามฐานานุรูปของแต่ละคน เช่น คนมีรสนิยมสูงก็หมายถึงผู้รู้จักนิยมชมชอบของที่ดีแท้, ความเข้าใจในความสวยความงามและคุณสมบัติต่างๆ

ส่วนคำว่า รสนิยม ตาม มันสมองของผม
น. รส+นิยม หรือแปลได้ง่ายๆว่า เป็นรสชาติที่คนนิยม ดังนั้นเมื่อมันเป็นรสชาติที่คนนิยม มันเลยต้องถามต่อว่าใครนิยม ไอ้คนนั้นมันใคร

หลายครั้งที่ฟังแล้วขัดใจ เมื่อมีคนพูดว่าคนนี้ รสนิยมไม่ดี หรือบางครั้ง พูดว่า ไม่มีรสนิยม มันมักจะมีคำถามอะไรคือไม่ดี อะไรคือไม่มี เอาอะไรมาวัดหรือ ท้ายสุดคำนี้ มันเป็นคำคล้ายๆกับคำว่าสมัยนิยม

สมัยนิยม ตาม มันสมองของผม
น. สมัย+นิยม แปลว่า เป็นช่วงเวลาที่คนนิยม ดังนั้นเมื่อมันเป็นช่วงเวลาที่คนนิยม และนอกจากจะถามว่าช่วงเวลาไหนที่นิยม มันก็ต้องถามต่อด้วยว่าใครนิยม (คือถ้าเป็นช่วงคลื่นลูกที่สอง ...mass communication..มันก็จะชัดว่าคนที่เป็นส่วนใหญ่คือใคร แต่ถ้าทุกวันนี้ สมัยนิยมก็อาจจะต้องบอกด้วยกว่ากลุ่มคนกลุ่มไหน)

กลับมาที่รสนิยม ทุกวันนี้ คนหลายคนมักวัดระดับของตัวเองหรือแยกกลุ่มชนชั้นที่รสนิยม
ถ้าคนรสนิยมดี ถือว่าเป็นคนชั้นสูง คนรสนิยมแย่ ถือว่าไม่ใช่คนชั้นสูง หรือบางคนที่เค้าเรียกว่า คนชั้นล่างเลยทีเดียว ซึ่งถ้าพูดในมุมผม มันไม่มี มันไม่มีดี ไม่มีแย่ มันคือรสนิยมที่คุณชอบ

เท่าที่ผมเข้าใจในทุกวันนี้คำว่า "รสนิยมดี" ในคนที่ผมรู้จักและทำงานด้วย ก็มีอยู่หลายประเภท กลุ่มหนึ่ง มักจะเป็นคนที่เรียกรสนิยมแบบสากลว่ารสนิยมดี (ส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้คือคนที่มีการศึกษาสูง หมายถึงคนเรียนมาเยอะ เรียนมาเฉพาะทางด้านการออกแบบหรือการสร้างสรร ในสาขาต่างๆ)
รสนิยมสากล ที่ผมหมายถึง ...ก็คือInternational Style , Metropolitan Style (เรื่องนี้จะเอาไว้เขียนเรื่องต่อต่อไป) จะว่าไปก็เป็นการคิดที่ได้อิทธิพลมาจากการคิดต่ออีกชั้นนึง อือม..อธิบายยังไงดี ...จริงๆมันก็มีหลายประเภทอีกนะ กลุ่มลดทอน เช่นแบบกลุ่มคนที่วาดบ้านหลังเป็นกล่องสี่เหลี่ยมเรียบ หรือกลุ่มเพิ่มเติม พวกที่เอาเก้าอี้ไม้ธรรมดา มาใส่ลวดลายแกะสลักจำนวนมาก คือจะว่าง่าย เหมือนว่าทำอะไรที่ผ่านมันสมองมารอบนึงแล้ว ได้ลดทอนหรือเพิ่มพูน สรุป อะไรก็ได้ขอให้ดูเหมือนคิดมาเยอะๆ จะเรียกว่า รสนิยมดี

นอกจากนี้มีกลุ่มคนต่อไปที่ใช้คำว่า "รสนิยมดี" โดยปะปนไปกับกระแส หรือสมัยนิยม(ตามมุมมองที่คนคนนั้นมี) และอีกกลุ่มที่ใช้คำว่า "รสนิยมดี" กับการดูวัฒนธรรมต่างประเทศ หรือประเทศที่คนอื่นเรียกว่าเจริญแล้ว (ซึ่งใครเจริญไม่เจริญก็ตั้งขึ้นด้วยกฎเกณฑ์ของประเทศเหล่านั้นเอง...แปลกมั้ยละ)
ผมเองจริงๆแล้วก็เป็นคนชอบ Comment ชอบมีความเห็นเสมอๆ แต่ผมก็เข้าใจเสมอว่า นี่คือความเห็นของผมคนเพียงเดียว ผมเองก็ Comment ในรสชาติที่ผมชอบ..
ล่าสุดผมทำงานละครเวที เรื่องนึง (ถ้าใครอ่านblogผม ก็คงรู้ว่าเรื่องอะไร) มันก็มีทั้งคนชม คนต่อว่า บางคนต่อว่า Style บท ว่าดูเหมือนบทของมือสมัครเล่น รสนิยมไม่ดี หรืออะไรก็ตาม บางทีสิ่งเหล่านี้ ผมว่าคนทำงานหลายคนอาจจะฟังแล้วท้อ แต่ท้ายสุด แต่ถ้าเราเข้าใจคำว่ารสนิยม มันก็คือแค่เรื่องนี้ไม่ถูกปากเค้า บางทีผมเห็นคนด่าละครเวทีของคุณบอย(Scenerio) ว่าน้ำเน่า ไม่มีคุณภาพ ไม่มีรสนิยม ผมกลับคิดแค่ว่ามันแค่ไม่ถูกปากคุณ(คนด่า) เพราะละครของคุณบอยก็มีผู้ชมเยอะเสมอ ก็แสดงให้เห็นว่าเค้ารู้ว่าเค้าทำอาหารให้ใครทาน ซึ่งก็ถูกปากคนจำนวนมาก ซึ่งผมว่านี่เป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการจะบอกว่าใครรสนิยมดีหรือแย่ เรารู้แค่เราทำของให้ถูกปากรสนิยมใคร จึงเป็นสิ่งสำคัญกว่าสำหรับผม...และเราเองเป็นคนตัดสินได้ว่าสิ่งเหล่านั้นดีไม่ดี รสชาติถูกใจคนชมหลัก (Target Group) โดยสังเกตุและฟังความเห็นพวกเค้า ไม่ใช่คนที่ชอบอาหารสชาติต่างกับเรา

ท้ายสุด คำว่ารสนิยมดี บางทีมันก็ไม่ต่างอะไรกับคำว่า
" ก็กูชอบ...."

ดังนั้นคำว่ากูชอบ ก็คงไม่สามารถจะนำไปบอกได้ว่า ใครต่ำหรือด้อยกว่าเรา
เพียงเพราะเค้าชอบไม่เหมือนเรา...ใช่มั้ย


ปล.ก็ขอให้แนะนำว่าต่อไปควรใช้คำว่า กูชอบแทน..คำว่า..รสนิยมดี มันก็น่าจะเข้าใจง่ายกว่านะ

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ผลลัพท์ กะทีมงาน

ส่วนผลลัพท์ของShow ในโดยรวมผมถือว่า ok เป็นไปตามใจพี่โอม
แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้ดีมาก ผมเดาว่าคนดูครึ่งนึงจะรู้สึกเบื่อเป็นบางช่วง โดยเฉพาะช่วงETCและ พี่หนึ่งนิดหน่อย แล้วก็พวกsoloยาวของพี่โอมทั้งหลาย และผมเชื่อว่าหลายคนอยากมาฟังการเล่นแบบเดิมๆของพี่พี่ เพราะอยากมาย้อนอดีต และอาจจะผิดหวังที่มีหลายเพลงไม่ได้ร้อง (อย่างผมเองอยากฟังดาราทีวี สาวเฟี้ยวฟ้าว หรือ เรา แต่ก็ไม่ยักมี) พี่โอมแกไม่อยากเล่นหลายๆเพลง มันเลยออกมาเช่นนี้ (จริงๆ ผมก็เข้าใจพี่โอมเค้านะว่าทำไมไม่อยากเล่น เพราะมันลำบาก ภาพและการวางตัว วันนั้นจนถึงวันนี้มันมีความแตกต่างกันอยู่สูง มันก็ลำบากที่จะทำแบบเดิมๆ แบบคนอายุยี่สิบในขณะที่ปัจจุบัย อายุกว่าสี่สิบงี้) แต่รวมๆผมก็ถือว่ามันไม่ได้แย่ production ก็พอทนได้ ผมว่ามันOk แหละ แค่รู้ว่ามันทำได้ดีกว่านี้อีกมาก เพราะการบริหารจัดการเวลายังไม่ดี ทำให้เวลาทำงานจริงหน้างานมันน้อยเกินไป

ภาพที่เอาให้ดูเป็นภาพที่เค้าเอามาจากWebที่เค้าให้สัมภาษณ์ชมทีมงาน ซึ่งก็ไม่ได้กล่าวถึงเราหรอกนะ แต่ไม่เป็นไร เค้ายังอุตส่าหฺลงรูปให้ผม โดดเด่นเลยกลางรูปเป๊ะ ตามทฤษฎี compo จุดเดนตรงกลาง แค่มันเล็กไปหน่อยเท่านั้นแหละ ฮ่าๆๆ (เห็นผมมั้ยคร้าบบบบบบบบบบบบบบบ)


INNOCENT CONCERT DESIGN

หลังๆผมไม่ค่อยพูดถึงวิธีการทำงานในการทำproductionของconcert
งั้นผมคงพูดในงานinnocent เพื่อเป็นบทสรุปของพัฒนาการในการทำproduction ของผมละกัน
จริงๆแล้วแบบเวทีของinnocentได้ถูกทำขึ้นมาก่อนJoe+J Concert เพราะขายแบบก่อนหน้าJoe+J อีก
แต่ ทั้งสองconcert นี้มีโครงร่างการdesignแบบเดียวกัน (the same conceptual) แต่อาจจะต่างกันในdetail design ดังนั้นจะขอเล่าท้าวความวิธีคิดงานของผม คือหนึ่งต้องสื่อสารMOOD&TONEของconcert รวมไปถึงconceptของConcertให้ได้ก่อน เมื่อได้รูปร่างของงานdesign จอจะเป็นส่วนหนึ่งที่ลูกค้า(และผม) มักต้องการ เพราะมันเป็นอุปกรณืสื่อสารชั้นดี ในกรณีที่เราไม่มีเงินทำset หลายๆset เพื่อสร้างความแตกต่างในshow รวมทั้งจอจะสามารถขยายภาพสดที่เราจะสื่อสาร ณ ขณะนั้นได้ดี แต่อย่างไรก็ตามการสื่อสารด้วยจอ จะทำให้เกิดpatternเวที ที่ซ้ำซาก คือเป็นก้อนสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลาง ครั้นจะมีมากกว่าก้อนเดียวก็ มักจะติดปัญหาที่budget
ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาส่วนใหญ่ของผม ที่ทำมาตลอดปี สองปี คือการใช้movementของจอ เพื่อเปลี่ยนรูปแบบของstage และใช้graphicให้สอดคล้องไปกับpatternจอที่เปลี่ยนไป ซึ่งทั้งงาน JOE+J , GREEN CONCERT, INNOCENTต่างก็เป็นเช่นนั้นด้วยกันทั้งหมด แต่ในช่วงหลัง ผมจะพยายามพัฒาการintrigrate ตัวSET ,จอLED และไฟทั้งหมด ไว้ในDesign ซึ่งงานที่พัฒนาขึ้นมาชัดเจนที่สุดก็คงเป็นงานInnocentเนียะแหละ ซึ่งกว่าจะได้มาอย่างนี้ก็ต้องทะเลาะกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายฉากที่ต้องโดนบังคับให้ทำงานรวดเร็วเพราะต้องให้เวลาตั้งไฟ บนฉาก ฝ่ายแสงที่ไม่อยากตั้งบนฉากเพราะทำงานยากรวมถึงฝ่ายภาพ ที่เป็นห่วงเรื่องmechenic การขยับจอของฝ่ายฉาก แต่ในที่สุดผมก็fightออกมาจนได้ ก็ได้งานอย่างที่เห็นคือ สร้างโครงสร้างฉากที่มีไฟอยู่ในตัว และมีจออยู่ในตัวและขยับเพื่อเปลี่ยนpatternได้
โครงสร้างของProduction designนี้ จะติดตั้งไฟไว้บนฉาก ข้อดีคือเมื่อฉากเปลี่ยนpattern แสงก็เปลี่ยนไปด้วย ทำให้คนดูจะรับรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงของทั้งแสงและฉาก ง่ายต่อการทำsceneให้ดูต่าง ผมรองหลักไว้ด้วยLED par ทั้งสองงานโดยมีฉากรับ เพื่อให้เป็นพื้นที่ส่องไฟจะได้มีแผงรับแสงเต็มๆ ก็ทำให้เพิ่มsceneได้อีก คนดูก็จะรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของแสง ผมขยับTruss เหนือหัวซึ่งมักจะเอาไว้ดักในทางกล้อง(ทำDVD) ให้มันขึ้นลง (เพราะ truss ทุกอันก้ต้องแขวนด้วนรอกไฟฟ้า) ผมก็แค่มาขยับอยู่ระหว่างShow แค่นี้คนดูก็จะรับรู้ได้ถึงความต่างของsceneแบบPhysicalเลย ...แล้วเป็นไปดังคาด เมื่อฉากช้า แสงก็ทำงานไม่ทัน จริงๆงานInnocent แส่งทำงานเสร็จไปแค่30%แต่ท้ายงานก็ออกมาดูดี เพราะโครงที่designมามันเอ้ือให้เกิดความต่างของSceneอยู่แล้ว แค่แสงเดินอยู่ในระบบวิธีคิด (ทำแสงตามสีภาพในจอ กับอารมณ์เพลง) ก็รอดแล้ว
หลังๆ ผมพยายามDesignให้production เวที ไฟ และ จอ มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ชุดไฟส่วนใหญ่จะถูกจัดอยู่ในSet (ทั้ง Joe+J, Innocent, และจริงๆGreen Concertก็ตั้งใจอย่างนั้นแต่เวลาในการทำงานไม่ทันเลยไม่ค่อยออกมาเข้ากันนัก ) เหล่านี้จะทำให้งานดูเรียบร้อย และน่าสนใจ ...สรุปคืองานอาจจะไม่ต้องที่สุด แต่ถ้าเราสามัคคี มันก็จะออกมาดี

ส่วนScene ต่างๆไว้ผมเอามาpresentอีก เพราะinnocentเป็นshowที่ทำและร่วมคิดSceneโดยตลอด แต่ละช่วงจะเก็บมุขไว้ ใช้อย่างเหมาะสม ก็ลองดูจากภาพที่ผมไปขอยืมมากจากพันทิป(โดยยังไม่ได้ขออนุญาติ) แต่ถ้าใครมาเห็นก็ถือว่าขออนุญาติละกันครับ เพราะให้ตัวเองไปถ่ายคงไม่มีเวลา และไม่มีความสามารถ


ปล.. มีคนcomment หลายคนว่าเวทีดูสัดส่วนเอียงไปทางพี่โอมมาก ต้องบอกเลยว่าอันนี้แกขอ เพราะแกไม่มั่นใจ ถ้าพื้นที่เล่นไม่เยอะ เพราะในตอนแรก ผมวางเวทีflat ให้เท่ากันทั้งสี่คนเลย แกบอก....ไม่สะดวก









วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Nuvo concert ...กับความเซ็งที่งานคราวนีfeedback ไม่ดี

ีNuvo concert ...ขอบ่นหน่อยละกัน..
ทุกๆปีผมจะต้องมีงานที่มีปัญหา ปีละครั้ง ปีที่แล้วงานแถลงข่าว atime yearplan
มาปีนึ้เป็นงาน concert Nuvo ซะ ทั้งๆที่อันนี้ก็ตั้งใจทีทำนะ
งานนี้เป้นงานที่วุ่นวายพอสมควร เนื่องจากมีหลาย party มาก
คนโน้น ชอบ คนนี้ไม่ชอบ วงเปลี่ยน เรียงเพลงสลับตลอดเวลา
ผมเองก็ดูเรียงเพลงก็เห็นปัญหา ได้แต่บอกว่ามันไม่น่าwork แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เพราะคนสรุปเรื่องเพลงไม่ใช่ผม ยิ่งหลังๆผมยิ่งไปยุ่งกับเรื่องพวกนี้ลูกค้าก็คงยิ่งรำคาญ
เพราะหน้าที่ผมก็ไม่ได้เกี่ยวกับการเรียงเพลงโดยตรง หลังๆเลย พอ แล้วก็ทำหน้าที่production designต่อดีกว่า

ท้ายสุดก็มาวุ่นวายตอนที่ทางsonyไม่ชอบgraphicผมเลย แทบจะทั้งหมด ต้องมาวุ่นวายหาอะไรมาใส่แทนที่ขาด ลำพังงานก็ยังต้องมีแต่งแต้มต่ออีก พอมาโดนแก้คืนสุดท้าย ก็วุ่นวายมากเลย แล้วนอกจากนั้น ยังมาจำกัดการเล่นgraphicอีก ไม่ให้เล่นอันนั้น อันนี้ ทั้งๆ ที่มันควรจะเล่นgraphic ก็เลยออกมาตามยถากรรม
แต่รวมๆจริงๆผมว่ามันก็ไม่ได้แย่มากนะ แต่พอไปดูfeedbackใน web Pantip
กลับโดนด่า!!! อันนี้คืออันที่เซ็งสุด เพราะทำงานมาไม่เคยโดนด่า มีอันนี้โดนเต็มๆ
เรื่องProduction!!!

พออ่านที่เค้าบ่นก็ย้อนทำให้เซ็งหลายๆเรื่อง
ที่โดนมากคือเรียงเพลง ซึ่ีงเตือนแล้ว และเป็นอะไรที่ผมบอกตลอด
เพราะ มันสำคัญ มันคือหัวใจของงาน ถ้าอันนี้ไม่ดี ก็จะทำให้ภาพรวมดูไม่ดีไปหมด
ต่อมาคือเรื่องเวที เค้าบอกว่าธรรมดามาก ก็ตามงบนะ จริงๆระหว่างการทำงานก็พยายามแทรก อะไรหวือหวาลงไปแต่ท้ายสุดโดนตัดออกหมด เช่นดังภาพที่เอามาให้ดูต่อไปนี้
มีsceneผ้าคลุมจออยู่ กับstageลอยลงมาจากด้านบนเพื่อให้พี่ก้อง พี่โจไปSolo อย่างงี้
ส่วนเรื่องไฟนีออน เค้าบอกว่าเหมือนงานวัด ...อือม ...อันนี้ผมกลับชอบนะ
พอเล่นกับเพลงมันก็เข้ากันดี สนุกดี ก็แนบรูปมาให้ดู ให้พิจารณากันเอง ว่างานวัด รึเปล่า



แต่ผมเข้าใจorganizerนืดนึงนะ ว่างบมันมาน้อย ก็เลยต้องตัด อันนี้ก็ไม่รู้จะโทษใครดี

เรื่องต่อมาคือภาพสดบนจอ อันนี้นี่เค้าว่ามุมมันไม่สวย และตัดอะไรมาไม่รู้เรื่อง
ก็ยอมรับว่ามุมมันไม่สวยและบางทีตัดอะไรมาก็ไม่รู้
ก็คราวนี้มีกล้องให้ผมอยู่3ตัว สำหรับภาพสด และเพิ่งได้มาวันshow
จริงๆถ้าผมไม่ต้องไปง่วนเรื่องgraphic(ที่จะบ่นเป็นเรื่องสุดท้าย) ผมก็คงมีเวลามานั่งซักซ้อมมากกว่านี้
และจริงๆที่วางไว้ภาพสดก็น้่อยกว่านี้เยอะมาก แต่ลูกค้ากลับบอกว่าไม่อยากได้graphicเยอะ ก็เลยตัดสดขึ้นมามากหน่อย
ผลเลยออกมาเป็นอย่างงี้ แต่ก็อย่างว่า ถ้ามีกล้องแค่ 3 ตัว และ switcher ที่ไม่Professional อย่างนี้ มันก็คงออกมาได้แค่นี้

เรื่องสุุดท้าย เรื่อง graphic อันนี้ ผมยอมรับผิดส่วนนึง เนื่องจากมีเวลาน้อย และมีการเปลี่ยนแปลงเพลงบ่อย source ภาพก็ได้มาช้าและน้อย
ผมจึงใช้เวลากับมันไม่เยอะพอ ก็คงทำให้คุณภาพจากมาตราฐานผม มันตกลงไปบ้าง แต่ผมก็ดูแล้วว่ามันไม่ได้แย่อะไรมาก
comment จาก pantip บอกว่าgraphicธรรมดามาก ซึ่งผมก็วางไว้ว่ามันจะมีhi-light ของgraphicบ้าง ในแต่ละช่วง บางช่วงก็แค่support
มีอยู่อันนีึง เป็นgraphicที่ผมทำมาเพื่อแก้เลี่ยนตรงที่ช่วงshowมันน่าเบื่อเป็นcartoon(ดูด้านล่าง) ลูกค้าก็ว่ามันเด็กไป หรือ
medley ที่ทำมาเพื่อให้คนดูสนุก ลูกค้าก็บอกว่าแสบตา ลูกค้าไปชอบไฟ ที่ผมเฉยๆมากแต่ใส่ให้พี่หนุ่ยไว้ เพื่อแก้เลื่ยนเท่านั้น
แล้วท้ายสุดก็โดนด่าว่าเชย ทั้งๆที่ไอ้อันที่เค้าว่าเชย มันเป็นbriefทั้งนั้น เช่น ตัดfoot ใต้ทะเล ตัดfoot โลกถูกทำลาย โลกสวยงาม เปลวไฟ... อะไรที่create ใหม่โดนตัด.ซะงั้น นี่ถ้าorganizerไม่ช่วยเถึยงเรื่องgraphicเพลงถังขยะเลย นี่ ก็คงโดนตัดอีก

ยื่งmedleyท้าย ในวันเล่นยิ่งแล้วใหญ่เค้าบอกว่าไม่เอาอะไรที่แสบตา ทีมผมก็ต้องตาลีตาเหลือกไปเอาอันอื่นๆมาใส่ แล้วก็ไม่มีใครกล้า
Mix visual เลย เพราะลูกค้ายังเดินเข้ามาจิกไว้ก่อนเพลงเลยว่าห้ามเล่น มันเลยออกมาเป็นwindow mediaอย่างที่เค้าด่า
แต่โดยรวมที่มันดูไม่เรียบร้อย ก็มีสาเหตุหลายๆอย่าง ตั้งแต่เวลาsetงานน้่อยมาก ทำให้ทุกอย่างเร่งไปหมด
เรียงเพลงกับscriptไม่ดี เลยมำให้องค์รวมดูไม่ดี และproductionที่ไม่อลังการ ส่วนgraphicก็คงจะไม่แรงพอ
แต่จริงๆมันคงออกมาดีกว่านี้ ถ้าผมไม่โดนลูกค้าcommentในคืนก่อนเล่นมากเพราะตั้งใจจะไปเก็บงานอื่นๆที่เหลือให้เนียบ
แต่ท้ายสุดกลายเป็นว่าต้องมานั่งแก้งานเกือบหมด
ความรู้สึกส่วนตัว ผมก็จ๋อยไปตามระเบียบ เพราะเป็นคนที่เหนื่อยเท่าไหร่ก็ได้ งานจะได้เงินน้อยก็ไม่เป็นไร แต่ห้ามให้ออกมาห่วยจนโดนด่า
แต่ท้ายสุดก็ไม่เป็นไปอย่างงั้น งานนี้ผลลัพท์เลย ทำให้ผมเซ็งมากทีเดียว ...ก็ต้องให้มันผ่านไป โดยเอาความผิดนี้ไว้เป็นบทเรียน

วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ETC : BRING IT BACK CONCERT





วันนี้ผมเพิ่งกลับมาจากการไปดูETC: ฺBRING IT BACK CONCERT
จริงๆconcertนี้เป็นconcert ที่อยากไปดู เพราะผมเป็นแฟนเพลงของETC
แต่ช่วงนี้งานผมเยอะมาก ก็รู้สึกเหนื่อยไม่อยากไป แต่ได้คุยกับพี่เมา(Lighting Designer คนสนิท)
เค้าบอกว่าน่าจะดี และเป็นcenter stage ก็เลยทำให้ต้องไปดู เพราะอยากเห็นproduction แบบ
center stage กะตาซะที ก็เลยโทรหาพี่อู๋( creative งานนี้) แกไม่รับก็เลยหาช่องทางอื่นเข้าไปจนได้
เข้าไปแว๊บแรกเป็นเวที ปิดไว้ด้วยscrim ขาว (ยกขึ้นลงได้) มีlighting ม่วงๆอยู่ข้างในก็ เท่ห์ไม่หยอก พร้อมกะมีรางวงกลมอยู่รอบๆ และจัดวางเครื่องดนตรีออกเป็นด้านๆ เป็นแท่นกลม ยกขึ้นลงได้

Showค่อนข้างมีความหลากหลาย คล้ายกับshowที่แล้วของETC แขกรับเชิญมากมาย
และหลากหลาย ทั้ง styleและ ความสามารถ ตั้งแต่ป๋าเทพ โจอี้ แอน(ทองประสม) เสนาหอย
พี่โอม และ ทาทายัง เมื่อดูรวมๆ ผมว่าก็OK นะ ในเรื่องproduction( แม้ว่ามันจะ คงได้ inspireมาจาก concert ของ JUSTIN มา ) ต้องออกตัวก่อนว่า หลังไปดูโชว์หรือconcert เนียะ มักจะดูเป็นงาน
แสงยังไง stage ยังไง scriptยังไง ก็เลย อาจจะมีBias บ้าง เพราะไม่ได้มองจากมุมคนดูล้วนๆ
แต่ของETC จริงๆผมอินกว่าอันอื่นที่ไปดูหน่อย เพราะผมเป็นแฟนเพลงเค้า โดยส่วนตัว ผมไม่ชอบการจัดเรียงshowและ เพลง มันไม่ทำให้ผมรู้สึกอิ่มเลย อาจเป็นเพราะผมไปดูงานมากเกินไปส่วนนึง แต่Graphของshowมันขึ้นๆลงๆ ตลอดเวลา ไม่เป็นกลุ่มก้อน ยังไม่ทันจะซิ้ง ก็เปลี่ยนtone show หรือเดี๋ยวๆก็มีแขกรับเชิญ ซึ่งแขกบางคนก็เอาตัวรอดไป บางคนก็ไม่รอด เช่นพี่หอย พี่โอม joey กับ แอน ถ้ามาออกช่วงหลังกว่านี้ ก็คงจะเหนื่อยเอาการที่จะเอาตัวรอดบนเวที ส่วนทาทา นี้ไม่ต้องพูดถึง ทำshowย้วยมากๆ
เจ้เล่นออกนอกscriptไปเรื่อย graph show มันก็เลยยิ่่งตกๆ ยิ่งเล่นเพลงเยอะ แขกเยอะ มีDEAD AIR บ่อย ก็ทำให้concertนานและอาจจะรู้สึกเบื่อบ้างเป็นบางคราว รวมถึงการเรียงเพลงของSHowนี้ก็ไม่ค่อยดี ช่วงเพลงเพราะไม่เป็นกลุ่มก้อน ทำให้อารมณ์ไม่ถึง
แขกรับเชิญบางคน ก็ไม่ได้แย่ แต่ผมไม่รู้่ว่ามาทำไมเช่นแอน ,พี่หอย (คือแอนจริงๆรอดบนเวทีนะ แต่มันทำให้showมันยาว ทำให้ส่วนที่ควรจะฟังเพลงเพราะๆ กลับกลายเป็นง่วงไป) ยิ่งเพลงเร็วท้าย นี่ตายเลย เล่นมานานเกือบ4 ชม เอาคนดูไม่ขึ้นเลย ชวนให้นึกถึงconcertพี่คิ้ม2ที่ผมทำ
concert นั่นก็ยาว ช่วงmedley ท้ายนั้นก็ไม่รอดเหมือนกัน
สรุปโดยรวมของproduction ผมว่าOk เลย แต่หัวใจของconcertคือลำดับเพลงและการdesign showกลับ ไม่ดีเท่าที่ควร บางทีผมอยากเห็นETC เล่นเป็นแนวดนตรีมากกว่าเน้นความVariety แขกรับเชิญ น่าจะมีความเป็นBand หรือ music expert เยอะนิด (ก้อนพี่โอม ผมเดาว่าเค้าพยายามจะนำเสนอเรื่องความเก่งด้านดนตรีี เหมือนตอนพี่โก้ในคราวที่แล้ว แต่เค้าจัดโครงไม่ดี น่าจะเอาsoloของแต่ละคนมาอยู่ตรงนีเลย คราวนี้เอาไปกระจาย มันเลยยาว น่าเบื่อและไม่สื่อสาร ) ถ้าconcertมีvarietyมาjamบ้างเป็นสีสัน และไม่ต้องยาวมาก เอาพออิ่มๆ ผมว่านั่นก็น่าจะมีความสุขแล้ว

หลังๆตั้งแต่ดูมา ผมชอบของDA ที่สุด เค้าเรียงเพลงดี รู้จักDA และแฟนเพลงDAดี ทำให้productionที่แสนธรรมดา กลับส่งให้concert ดีละคนฟังร้องร่วมตลอดconcert ดูแล้วอิ่มมากๆ
concept show ของDAอาจจะดูเกินๆนิดๆ แต่ก็ทำให้concertไม่น่าเบื่อ แต่ด้วยเสียงดากับความมีส่วนร่วม
ของคนดู ผมในฐานะคนดูคนนึงที่ก็เป็นแฟนเพลงดา รู้สึกขนลุกเกือบตลอดเวลา

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551

7 divas concert design


วันนี้จะเอาการdesignของ 7 DIvas มาให้้ดู
จริงๆตั้งใจอยากให้มันออกมาอีกแบบ
อยากลดการใช้จอลง แต่ท้ายสุดไปไปมามา
ก็ออกมาเหมือนเดิมคือมีจอ แถมแบ่งเป็นสามส่วนอีก
อีกทั้งยังเป็นprojectorไปซะสองจอ ก็เราโดนพี่เบิร์ดใช้อุปกรณ์ไปหมด
ก็ต้องใช้เท่าที่ยถากรรมมี

ความตั้งใจตอนแรกอยากให้มันเป็นsceneๆ เป็นแนวprop
ซึ่งก็ออกมาworkในบางอัน บางอันก็fail เดี๋ยวจะเอามาpostให้ดูอันที่failละกัน
อันนี้เป็นconcertที่ซ้อมเรื่องจังหวะการเข้าscene ซึ่งก็ออกมาดีกว่าตอนKimเยอะ(เรื่องจังหวะนะ)
ก็ถึงเป็นความก้าวหน้าจากการได้ไปทำงานกะคนเก่งคนอื่นๆ (พี่บอย ถกลเกียรติ์)
พูดถึงพี่บอย คือผมได้ทำงานของบี้ กับเค้า ก็ได้เรียนรู้อะไรมามาก (จากทีมเค้าด้วย)
เค้าอาจจะมีกิตติศัพท์ เรื่องทำงานไปปรี๊ดไป แต่ผมชอบมาเลย
ชอบทำงานกับเค้า มันท้าทาย และได้เรียนรู้จังหวะของshowดีดี เยอะ

กลับมาที่งานของเรา Divasนี้ ผมสร้างsceneโดยลดการใช้จอลง
อาจจะมีอยู่บ้างแต่ก็มีscene อื่นๆ มาประกอบช่วยสร้างความอลังการ
การdesign show คราวนี้ ผมพยายามสร้างsceneให้แต่ละคน ตามcharacterของเค้า
ก็ลองดูตามScene Sequence presentation เอาละกันนะ