วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

กว่าจะมาเป็น Innocent Concert ( innocent concert design )

สำหรับงานนี้ ผมได้Briefว่าจะต้องทำงานประกบกับพี่โอม โดยช่วยคิดช่วยbrainstorm
แต่พอเอาเข้าจริงๆ ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นการช่วยฟันธงมากกว่า ว่า ที่พี่โอมคิดน่ะ ok มั้ย
ก็ทำงานร่วมกันมาเป็นเวลาพักนึง คุยๆกัน พอได้เป็นรูปเป็นร่าง ผมทำpresentมาให้ลองดูว่าแต่ละsceneถูกคิดอย่างไร จะถ่ายทอดออกมาอย่างไร
สำหรับconcert ก็คงเริ่มจากConcept ง่ายๆเลย เนื่องจากเป็นวงที่ไม่เคย Reunite กันมาเลยตลอด20ปี
หลังจากที่แยกวงกัน ทำให้มันก็ไม่ยาก มันเป็นการนำเอา Good Old Days มาให้ผู้ชมนั่นเอง
คือการหวลความทรงจำเก่าๆของแฟนเพลง เมื่อตั้งโจทย์ตามนี้ ดังนั้นก็ต้องนำเพลงที่ดังของพวกเค้ามาร้องทั้งหมด ปํญหาของมันมีอยู่สามข้อ คือ
1. นักดนตรีหลายท่าน(ย้ำว่าหลายคน ไม่ใช่พี่โอมคนเดียว) รู้สึกเขินที่จะเล่นแบบตอนวัยรุ่น เหมือนอายุอานามและภาพลักษณ์ มันเดินทางไปไกลกว่าจะมาร้องเพลงหน่อมแน้มแล้ว ก็ต้องหาทางใช้ Design เข้ามาช่วยให้เค้าไม่เขิน ทั้งการ design ที่เพลงและการ design ที่ Show
2. วงนี้เป็นวงที่ entertain ไม่เก่ง ก็ใช้วิธีการแก้เดียวกับข้อหนึ่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็รวมไปถึงการเชิญแขกรับเชิญต่างๆด้วย
3. Scale งานคือImpact ดังนั้นเราต้องเลือกเพลง ทำเพลง และDesign Show ให้เหมาะกันtarget 10,000 คน และที่เรามั่นใจเลย คือเราคิดว่าทั้ง 10,000 คน คงไม่ใช่แฟนพันธ์ุแท้ของ innocent ทั้งหมด มีสักครึ่งก็เก่งแล้ว คราวนี้อีกครึ่งเราจะทำยังไงกับเค้าให้เค้าไม่เบื่อ ซึ่งนี่ก็เป็นโจทย์ที่สำคัญ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อสรุปของการแก้ปัญหาก็คือการออกแบบShow นั่นเอง ที่จะเป็นคำตอบของทุกๆ สมการ
(ฮ่าๆๆ ท่าทางหัวข้อ Blog คราวนี้จะดูจริงจังมาก)

พอได้conceptและรู้โจทย์
ก็ได้เริ่มวาง sequence ก็ช่วยๆกัน หลังจากเลือกเพลงกันไปประมาณนึง พี่โอม(Music Director) แกจะ grouping เพลงมาแล้ว ทั้งในเชิงอารมณ์เพลงและความเข้ากันของเพลง หลังจากนั้นเราจึงเอาแต่ละ group มาช่วยกันจัดเรียง พร้อมใส่ design ทั้งแขกรับเชิญ dancer(ซึ่งท้ายสุดไม่มี) แสงสีเสียง และอื่นๆอีกมากมาย
ท้ายสุดก็เป็นข้อสรุปออกมาดังที่เห็น คือเปิดด้วยเพลง VTR เพื่อให้ศิลปินเตรียมพร้อม และเป็นIntro ที่จะสร้างความสนใจ นำไปสู่การเปิดศิลปินด้วยก้อนเพลงดัง สามเพลงเพียงกระซิบ ฝันและใฝ่ ทางหนึ่งซึ่งหวัง
ขั้นด้วยเพลงช้า เพลงสักวัน เพราะแขกรับเชิญ พี่โก้ กับพี่หนึ่ง ต่อเนื่องไปที่ก้อนเพลงสนุกๆ และเพลงpeak ( มนต์ไทรโยค..พระเอกอันนึงของshow) แล้วก็ต่อด้วยเพลงสาระ (จะค่อนข้างเครียดและgraph show ตก ก็พยายามให้motionช่วยเป็นพระเอกแต่ก็ช่วยได้ไม่มากนัก) จบก้อนนี้เราก็คาดว่าคนดูคงเริ่มเหนื่อย(ซึ่งก็จริง) ก็พักโดยการเล่นเพลงacousticเบาๆ พร้อมไปขยายsceneที่เพลงรักคืออะไร พร้อมแขกรับเชิญ loveIs แล้วต่อเนื่องด้วยmedley Retro โดยพยายามส่งGraph showให้ขึ้นให้ได้ ก็มีการขยายproduction (ช่วยInnocent ที่อย่างที่บอกว่าentertainไม่เก่ง) และจบท้ายอย่างPeakด้วยแขกรับเชิญมันส์ๆ
จบก้อนนี้จะเข้าเพลงช้าเพลงดัง (เพียงครึ่งใจ) ต่อด้วยการShowความสามรถทางดนตรี โดยมีETCเป็นแขกรับเชิญ(ผมว่าช่วงนี้dropสุด และมาไม่ถูกที่เพราะ showกำลังdropจากความสนุกช่วงRetro พอมีอันนี้มาขั้น มันก็ยิ่งเป็นหลุม ถ้าจริงๆ จบอันนี้แล้วส่งต่อไปช่วงท้ายเลยจะดีกว่า...(ความเห็นผมนะ) แต่พี่โอมอยากได้ภาพการเป็นนักดนตรีตัวจริงของinnocent ก็เลยหาที่วาง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นที่ที่ดีที่สุด ไม่งั้นวางที่อื่นจะยิ่งแย่กว่านี้) จบท้ายด้วยก้อนเพลงช้าเพลงดัง เห็นใจกันหน่อยและเพลงสนุกๆสองเพลงพร้อมแขกรับเชิญโต๋ เพื่อรออังกอร์ (อันนี้ผมก็ไม่ชอบ มันดูfakeๆ แต่ผลลัพท์ออกมาไม่แย่นัก เพราะคนดูรู้ว่ายังมีอีก ก็เลยไม่ออกจากhallไป) มาปิดจบด้วยสองเพลงดังที่เราคาดว่าทุกคนรอ และทุกคนจะไม่กลับถ้าไม่ได้ยินสองเพลงนี้ โดยเพลงท้ายจบด้วยแขกรับเชิญคนสุดท้าย อาต้อย( Scene นี้ผมก็ว่าแปลกๆนิดนึง มันทำให้มันdiluteความเป็นInnocentไปนิดหน่อย แต่ก็พอรับได้ พี่โอมแกศรัทธาที่ต้อยมา เหมือนเป็นidolของแก ...แค่คนดูคงไม่รู้ อาจจะงงๆนิดๆว่าทำไมsceneอาต้อยใหญ่จัง)
นี่เป็นโครงสร้างตั้งแต่ตอนแรกที่ทำกัน พอเริ่มลงsequenceแล้วก็ไม่ค่อยขยับเท่าไหร่ ขยับนิดๆหน่อยๆ ส่งใหญ่จะเกี่ยวกันเรื่องแขกรับเชิญที่ยังไม่นิ่งนัก

คราวนี้ลองมาดูpresentationกันหน่อย
(ไหนๆก็ไหนๆละ ก็เลยเอาการset up เวทีมาให้ดูก่อน)
Artist Spaceที่ได้ทำการศึกษาก่อนออกแบบ








แบบแรกสุด ผมอยากให้สี่คนยืนเท่าจะได้presentความเป็น band


แล้วก็พัฒนาต่อตามbriefว่าอยากได้พื้นที่ของแต่ละคน โดยผมออกแบบให้ข้างหลังโค้งเป็นทรงกลม
ซึ่งค่อนข้างทำยาก ตามที่เห็นต่อไปนี้


จากนั้นก็ได้ปรับให้มันง่ายขึ้นอีกนิด


เรามาดูScene presentกันต่อเลย


อันนี้เป็นตัวอย่างเส้นทางที่ใช้ถ่าย(แต่รุปนี้เอามาจากในpantipเพราะตอนถ่ายจริงๆลืมถ่ายภาพนิ่ง)




อันนี้เป็นมุมมองต่างๆที่ใช้Brief ตากล้อง แบบมุมkeyboardประชันหน้ากัน อะไรอย่างงี้

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Review: My name is Kim Concert


คอนเสิร์ต : My name is Kim Concert

สถานที่แสดง
: รอยัลพารากอนฮอลล์
วันแสดง:
วันอาทิตย์ที่ 7-8 พฤศจิกายน 2552 เวลา 19.00

แขกรับเชิญ:
เคน ธีรเดช, บีม กวี, โก้ Mr.Saxman,น้องพ๊อตเตอร์ the trainer, Janice
หนึ่ง จักรวาล, เสนาหอย กับ 2 พ่อลูก แจ๊สและพ่อดม ชวนชื่น

Concept (Promote content)

สนุก ซ่าส์ ครั้งใหม่ ไม่ซ้ำซาก
ทรงพลัง ขำขัน เมามันและบันเทิง

ขอเชิญ ตัวอ่อน ตัวแก่ ตัวแม่ ตัวพ่อ
มารู้จักกันใหม่ กับคอนเสิร์ต My Name is Kim

Sequence:

Fame
พระเจ้าตาก

(???) (บีมร้อง)
สุดท้ายด้วยรัก (ร้องกับบีม)
หนึ่ง จักรวาล Solo piano
โก้ Saxman Solo+เต้นเพลงเกาหลี

*ช่วงต่อไปฉากเป็นห้อง
you are not alone
Medley เพลงช้า
เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม
ดึกแล้ว
(???)

beatbox (ขั้นshow)
แจ๊สและพ่อดม ชวนชื่น
ความคิด (เสนาหอย)
I swear (acapella 7)
lesson 1 (จุ๋ยๆ)

Medleyเพลงอกหัก
รักเธอทั้งหมดของหัวใจ
ลืม
ว้าเหว่
(???)
สายลม

(เปิดเคนจากข้างล่างตรงกลางhall)
เติมใจให้กัน

(เล่าเรื่องผี)
ปอบผีฟ้า
Thriller

Stand up for love (Janice+คิ้ม)
(???) (Janice)

เพราะเธอคือคำตอบ
All the man that I need

Review:
จริงๆShowนี้เป็นShowที่ตอนแรกเค้าชวนให้ทำแต่ก็มีเหตุผลบางประการที่ทำให้ไม่ทำ
ก็เลยลองไปดูว่า จากงานที่เราทำมาสองปี ปีที่เราไม่ได้ทำมันเป็นอย่างไร
บังเอิญรอบที่ผมไปดูเป็นรอบวันอาทิตย์ และผมได้ไปอ่านcommentใน Pantipมาก่อน
ซึ่งค่อนข้างต่อว่าอย่างมาก ทำให้ทำใจเอนเอียงว่าจะเจออะไรที่น่่าเบื่อมากๆ
แต่พอดูจริงก็น่าเบื่ออย่างที่เค้าว่ากัน ไม่ก็ไม่ได้แต่แย่อย่างที่คิด
ปัญหาของShowคือเรื่องเดิมๆของคนทำShowคือ ขาดSequenceที่สื่อสาร เนื่องด้วยSequence
ที่ไม่ดี ก็เลยส่งผลให้scriptก็ต้องงงงวยตามไปด้วย จึงทำให้เกิดปัญหาเดิมคือ Graph Showแกว่งไปแกว่งมา
จะตลกก็ไม่ตลกสุดๆ เนื่องด้วยแขกรับเชิญคราวนี้ไม่แข๊งแรงพอ อยู่ด้วยตัวเองไม่ค่อยได้ อยู่กับพี่คิ้มบางคนก็เหมือนคนละทาง และบางทีจะซึ้ง อยู่ๆก็ซึ้ง แล้วก็ไปตลก แล้วกลับไปน่ากลัว อะไรงงๆแบบนี้
ผู้ชมก็จะดูแบบกั๊กๆ จะโทษปัญหาของการไม่ได้เพลงจากGMMก็ไม่ถูกเพราะเพลงในตลาดตอนนี้ไม่ได้มาจากGMMมากเหมือนแต่ก่อน ดังนั้นทั้งเพลงและแขกรับเชิญที่น่าสนใจและhold Showได้ที่น่าเลือกกว่านี้จึงควรเป็นตัวเลือกมากกว่าคนที่เห็นอยู่เช่นบุรินทร์, โน้ต อุดม, tattoo color, etc อะไรก็ว่าไป
ผลของการวางsequence และเลือกแขกรับเชิญที่ไม่ดี ก็ส่งผลให้showดูเนื่อยๆตลอด ช่วงพูดถ้ามุขไหนตลกคนดูก็หัวเราะชอบใจ แต่พอเข้าเพลงก็เงียบ ไร้การตอบรับใดๆ การเลือกเพลงก็ขาดที่มาที่ไป หรือมีที่มาที่ไป แต่อารมณ์โดดมากเช่นพระเจ้าตาก มาผิดที่ผิดทางมาก

จำนวนแขกรับเชิญก็เป็นปัญหา เพราะเยอะมากและแต่ละคนไม่ค่อยมีของ จึงมาแบบไม่มีเนืิ้อมีหนัง
จำแทบไม่ได้ว่าแต่ละคนทำอะไรที่น่าสนใจ ยิ่งไม่มีของก็จำไม่ค่อยได้แล้ว ยังมาเยอะจนจำไม่ได้เลยว่าใครมาบ้าง รวมถึงความยาวของshow ที่เล่น 19.40เลิก 23.30 ก็เกือบสี่ชั่วโมงถือว่ายาวมาก(ก็พอพอกับraider ที่ยาวมากในความรู้สึกผมเช่นกัน) เมื่อมีบางตอนดูบางช่วงที่ดูแล้วค่อนข้างอืดก็จะยิ่งทำให้รู้สึกว่า show นี้มันยาวกว่าปกติ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การลงทุนด้านProductionถือว่าทำได้ดี ในสายตาของคนดูทั่วไปก็คงคิดว่าอลังการและดี
ซึ่งเหตุผลมาจากจำนวนไฟและชนิดไฟ (moving head maxจำนวนมาก, ไฟคนดูเป็นmoving par) รวมถึงจำนวนจอ และชนิดจอ (จอ LED 20 และ 10 mm)เป็นของที่มีคุณภาพสูง(ตามราคา)
ก็ต้องให้ credit ว่าลงทุน(แม้ว่าจริงๆอาจจะเป็นความอยากshowของ ของsupplierก้อเป็นได้)
แต่ระบบเสียงเป็นปัญหา ทั้งหอน, จี่ และไม่ชัดเจน รวมถึงการใส่ effect ของคน MIX เช่นการลากเสียง Delay ค้างยาวบางทีทำให้คนดูนึกว่าพี่คิ้ม Lipsing เลยเพราะเสียงมันลากอยู่ในขณะที่เจ้แกหุบปากไปแล้ว
ซึ่งปัจจัยน่าจะมากจากประสบการณ์ที่น้อยของsupplierกับสถานที่นี้ (ไม่น่าจะมาจากการไม่ลงทุนเพราะดูจากการลงไฟและแสงแล้ว ดูลงทุน ไม่น่ามาตกม้าตายที่เสียง)
production design ดูเหมือนได้designerแต่ละด้านที่ดี แต่ขาดวาทยากรที่จะควบคุมให้ มันไปในทิศทางเดียวกัน ในหลายๆครั้งจึงรู้สึกว่า มันไปคนละทิศละทาง และไม่เข้ากับอารมณ์ของShow แต่โดยรวมถือว่าproduction ผ่านในเกณฑ์ดี

showนี้ ถือเป็นโชคดีที่ไอ้เคนในจุดที่ถูกที่ถูกทาง( คือถูกเวลาเพราะตอนนี้Show dropมากจนจะไม่ไหวแล้ว และถูกทางคือมันเป็นทางพี่คิ้มที่จะฉอเลาะพระเอกที่กำลังมาแรงที่สุดในเวลานี้) ทำให้graph Showมันงัดขึ้นมาได้ ถึงแม้จะไปต่อกับshowแปลกๆ เช่นเล่าเรื่องผี ร้องเพลงสากลแบบเต็มพลัง และช่วงเพลงจบ graphก็ยังไม่ดิ่งเหวขนาดทำให้คนทั้งhallลุกกลับบ้าน แต่ก็เริ่มมีคนทะยอยกลับบ้างจำนวนนึง ไม่มากนัก แต่ที่ผิดมหันต์คือเพลงท้ายสองเพลง พี่คิ้มร้องเพลงแรก(เธอคือคำตอบ พร้อมโบกมือลา) คนดูจึงทะยอยลุกออกไปเกินครึ่งHall ปรากฎว่ามีอีกเพลงต่อจึงทำให้ตอนจบ คนดูออกไปเยอะมากๆ

ท้ายสุดทั้งนี้ เหมือนผมจะวิจารณ์ในทางไม่ดีแต่จากการสังเกตุผู้ชมคนอื่น ก็ให้การตอบรับที่ดี หัวเรอะอยู่เป็นระยะ คนดูที่ออกก่อนก็เยอะ แต่ไม่เยอะในจำนวนที่น่าตกใจ(ตอนทำโก๊ะตี๋ หรือ Kim Raider ก็ออกในจำนวนพอพอกันนะ ผมว่า) แสดงให้เห็นว่าShowที่ถูกdesignมาแบบนี้ ที่ไม่mass มาก ไม่patternมาก อาจจะเป็นที่ถูกใจผู้ชมก็ได้ (ต่างจากshow คิ้มสองอันแรกที่มีความเป็นmass และเป็นเรื่องราว สูงกว่า) ในตอนนี้ผมพยายามถามเพื่อนที่ได้ดูที่เป็นแฟนตัวจริงเค้าว่าอย่างไร ....มันอาจจะดีแล้วสำหรับtargetก้ได้นะ ใครจะรู้

แต่ข้อสรุปสำหรับผม ถือเป็นshowที่ยังไม่ดี แต่ก็ไม่ได้แย่มากขนาดรับชมไม่ได้เลย ผมว่าผมก็ดูได้ และดูจนจบแน่ๆ

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Review: คุณพระช่วย สำแดงเดชสด

คอนเสิร์ต คุณพระช่วยสําแดงสด

สถานที่แสดง:
โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์์

วันแสดง:
วันอาทิตย์ที่ 7-8 พฤศจิกายน 2552 เวลา 14.30,19.00

ผู้แสดง:
เท่ง สามช่า, ทอด ทองดี, ธงชัยประสงค์สันติ
เบน ชลาทิด, ก้อง นูโว
จัก ชวิน, ลูกโป่ง af4
โย่ง เชิญยิ้ม, น้องวันใส

concept: (promote content)

เพลงไทยไพเราะเสนาะโสต
อิ่มเอมโอชกับอาหารนานาชาติ

เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมดนตรีที่ผสมผสานเครื่องสายฝรั่งกับดนตรีไทย
เส้นสายที่ถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ทางดนตรีเฉพาะรายการคุณพระช่วย

พบกับคอนเสิร์ตคุณพระช่วยเต็มรูปแบบ พรั่งพรูไปด้วยการแสดงตระการตา ในแบบคุณพระโชว์, การประชันดนตรีไทยร่วมสมัย และฟังบทเพลงทรงคุณค่าจาก วงดนตรี คุณพระช่วยออร์เครสต้าและนักร้องคุณภาพ

Sequence:(ไม่แน่ใจเพราะไม่ได้จดไว้)
เปิดด้วยพิธีกรทั้งสาม
เพลงไทยเดิม(น้ำตาแสงใต้) เบนร้องกับลูกโป่ง
น้องวันใสร้องเพลงฉันหมุนรอบเธอเธอหมุนรอบฉัน
ก้อง สหรัฐ กับเพลงความรักเพรียกหา
การประชันของฆ้องวง สองคน
Rockกระทบไม้
เพลงงานวัด(สักเพลง จำไม่ได้)
เพลงฉ่อย
:พักครึ่ง
ประชันกีตาร์ของจัก กับขลุ่ย อาจารย์ธนิศ
เพลงคู่กรรม
ร้องเพลงโฆษณา,ละครในอดีต
Show หุ่นกระบอกเชิดแบบเกาหลี
beethoven ประชันเครื่องสายกับดนตรีไทย
อาจารย์สมบัติ ประชันแคนกับเครื่องสาย
Show จะเด็ด

Review:
(รอบที่ได้ไปดูเป็นรอบซ้อมใหญ่)
ถือเป็นshowอันนึงที่ผมอยากดู เมื่อได้ดูpromoteตัวอย่างและ อ่านconceptของshow
ผมไม่ใช่targetที่เป็นแฟนรายการ แต่รู้สึกว่าเป็นshowที่น่าสนใจมาก
ซึ่งเมื่อได้ชม ก็พบว่าcontent ของshowจริงๆแล้วมีความน่าสนใจอยู่หลายอันมาก
แต่เมื่อshowขาดการร้อยเรียงsequenceที่ดี และโครงscriptที่ดี ก็เลยทำให้ความน่าสนใจของแต่ละShow
มันขาดความต่อเนื่องและขาดการสื่อสารให้ผู้ชมเข้าใจ conceptของShowโดยรวม อีกทั้งการสรุปscriptท้าย
ที่จะเป็นการสรุปหัวใจของงานก็ไม่ชัดเจน พิธีกรสามท่านพูดกันคนละทิศละทาง มันก็เลยทำให้ความเข้าใจในShowมันไม่ชัด อักทั้งการเรียงshowแต่ละอันดูไม่มีที่มาที่ไปและ ดูเหมือนไม่ได้สนใจgraphของshow และความต่อเนื่องของshow ทำให้อารมณ์ร่วมของผู้ชมดูขาดๆตอนๆ จะpeakก็ไม่peak จะ ซึ้งก็ไม่ซึ้ง รวมทั้งการมีshowบางอันที่ดูไม่เกี่ยวข้องเช่น เพลงฉันหมุนรอบเธอเธอหมุนรอบฉัน หรือแม้กระทั่งการร้องเพลง เติมใจให้กัน และการแสดงของจัก กับอาจารย์ธนิศ ดูเล่นสด(improvised)เกินไป เหมือนไม่ได้ซ้อมกันมาเลย

โครงสร้างของproduction
เนื่องจากเป็นการrestage โครงของproductionก็คงทำมาแล้ว แค่นำมาประกอบใหม่ แต่เดาว่าเนื่องจากเป็นรอบซ้อมใหญ่ อะไรก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง ก็จะพบว่าจังหวะต่างๆของงานทั้งแสง ทั้งฉาก ก็ยังไม่ค่อยลงตัว ส่วน
Stage Designน่าจะทำได้น่าสนใจกว่านี้ เนื่องจากการออกแบบค่อนข้างflatกับพื้นทำให้dynamicของblocking ก็ค่อนข้างลำบาก เท่ากับเล่นแบบบทพื้นทั้งหมด การแบ่งbandน่าจะทำชัดเจนกว่านี้

ดีที่ความสามารถเฉพาะตัวของพิธีกรทั้งสามที่สามารถอุ้มอารมณ์คนดูให้อยู่ยาวต่อเนื่องจนจบได้
ถึงแม้ว่าพิธีกรจะไม่สามารถช่วยสื่อสารให้แต่ละช่วงชัดเจน แต่อย่างน้อยทั้งสามท่านก็ทำให้ผู้ขมไม่รู้สึกอยากลุกออกไปก่อนหรือกลับบ้านก่อน เพราะมีความสามารถในการเล่นตลกให้ผู้ชมขำอยู่ตลอดshow ถึงแม้ว่ามุขต่างๆก็จะไม่เกี่ยวข้องกับshow รวมทั้งบางครั้งจะทำให้ผู้ชมยิ่งสับสนว่าShowต้องการสื่อสารอะไร

โดยรวมถือเป็นShowที่มีความเฉพาะตัว และน่าสนใจ รวมถึงcontentส่วนใหญ่ที่น่าสนใจ ก็ยังทำให้showมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่าถ้าได้รับเวลาและการปรับปรุงเรื่องproduction design, sequence, scriptและตัดบางส่วนที่ดูไม่เกี่ยวข้องออกไป ก็น่าจะทำให้showดูลงตัว เต็มไปด้วยสาระและบันเทิงจริงๆ

ไหนไหนก็มีโอกาศดูshowเยอะ ขอทำREVIEWกะเค้ามั่ง

ก็ตามชื่อหัวข้อนั่นแหละ คือผมเป็นคนที่มีโอกาสได้ดูshowหลายอัน
แต่เนื่องจากเป็นคนทำงานจริงด้วย บางทีเราเลยไม่อยากพูดอะไร ไม่อยากวิจารณ์ออกมาดังๆ
เพราะในมุมคนทำงาน ยางทีเราก็เข้าใจว่าทำไมมันออกมาได้แค่นี้ ทำไมมันถึงเป็นอย่างงี้ ทำไมอันนั้นไม่ดี
บางครั้งมันก็น้ำท่วมปากพูดไม่ออก เพราะการทำงานมันก็มาพร้อมปัญหามากมายที่เราจะต้องเผชิญ
บางทีความสามรถ ณ ขณะนั้นเราก็มีแค่นั้นก็ทำได้แค่นั้น
อย่างว่าแหละครับ อื่นๆอีกมากมาย...
แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบวิเคราะห์วิจารณ์ บางทีก็ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะทำReview
ก็เลยว่าไหนไหนก็ไหนไหน ก็Reviewไปเถอะ ทำไปในฐานะคนทำงานนั้นแหละ
เวลาตัวเองเขียนถึงงานตัวเองก็มีcommentงานตัวเองเสมอ มันก็เหมือน Reviewนั่นแหละ
ดังนั้นต่อไปนี้ ผมจะเริ่ม Review งานทุกงานที่ตัวเองได้ดู

ขออนุญาตินะคร้าบบบ

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ผลลัพท์ กะทีมงาน

ส่วนผลลัพท์ของShow ในโดยรวมผมถือว่า ok เป็นไปตามใจพี่โอม
แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้ดีมาก ผมเดาว่าคนดูครึ่งนึงจะรู้สึกเบื่อเป็นบางช่วง โดยเฉพาะช่วงETCและ พี่หนึ่งนิดหน่อย แล้วก็พวกsoloยาวของพี่โอมทั้งหลาย และผมเชื่อว่าหลายคนอยากมาฟังการเล่นแบบเดิมๆของพี่พี่ เพราะอยากมาย้อนอดีต และอาจจะผิดหวังที่มีหลายเพลงไม่ได้ร้อง (อย่างผมเองอยากฟังดาราทีวี สาวเฟี้ยวฟ้าว หรือ เรา แต่ก็ไม่ยักมี) พี่โอมแกไม่อยากเล่นหลายๆเพลง มันเลยออกมาเช่นนี้ (จริงๆ ผมก็เข้าใจพี่โอมเค้านะว่าทำไมไม่อยากเล่น เพราะมันลำบาก ภาพและการวางตัว วันนั้นจนถึงวันนี้มันมีความแตกต่างกันอยู่สูง มันก็ลำบากที่จะทำแบบเดิมๆ แบบคนอายุยี่สิบในขณะที่ปัจจุบัย อายุกว่าสี่สิบงี้) แต่รวมๆผมก็ถือว่ามันไม่ได้แย่ production ก็พอทนได้ ผมว่ามันOk แหละ แค่รู้ว่ามันทำได้ดีกว่านี้อีกมาก เพราะการบริหารจัดการเวลายังไม่ดี ทำให้เวลาทำงานจริงหน้างานมันน้อยเกินไป

ภาพที่เอาให้ดูเป็นภาพที่เค้าเอามาจากWebที่เค้าให้สัมภาษณ์ชมทีมงาน ซึ่งก็ไม่ได้กล่าวถึงเราหรอกนะ แต่ไม่เป็นไร เค้ายังอุตส่าหฺลงรูปให้ผม โดดเด่นเลยกลางรูปเป๊ะ ตามทฤษฎี compo จุดเดนตรงกลาง แค่มันเล็กไปหน่อยเท่านั้นแหละ ฮ่าๆๆ (เห็นผมมั้ยคร้าบบบบบบบบบบบบบบบ)