วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Review: My name is Kim Concert


คอนเสิร์ต : My name is Kim Concert

สถานที่แสดง
: รอยัลพารากอนฮอลล์
วันแสดง:
วันอาทิตย์ที่ 7-8 พฤศจิกายน 2552 เวลา 19.00

แขกรับเชิญ:
เคน ธีรเดช, บีม กวี, โก้ Mr.Saxman,น้องพ๊อตเตอร์ the trainer, Janice
หนึ่ง จักรวาล, เสนาหอย กับ 2 พ่อลูก แจ๊สและพ่อดม ชวนชื่น

Concept (Promote content)

สนุก ซ่าส์ ครั้งใหม่ ไม่ซ้ำซาก
ทรงพลัง ขำขัน เมามันและบันเทิง

ขอเชิญ ตัวอ่อน ตัวแก่ ตัวแม่ ตัวพ่อ
มารู้จักกันใหม่ กับคอนเสิร์ต My Name is Kim

Sequence:

Fame
พระเจ้าตาก

(???) (บีมร้อง)
สุดท้ายด้วยรัก (ร้องกับบีม)
หนึ่ง จักรวาล Solo piano
โก้ Saxman Solo+เต้นเพลงเกาหลี

*ช่วงต่อไปฉากเป็นห้อง
you are not alone
Medley เพลงช้า
เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม
ดึกแล้ว
(???)

beatbox (ขั้นshow)
แจ๊สและพ่อดม ชวนชื่น
ความคิด (เสนาหอย)
I swear (acapella 7)
lesson 1 (จุ๋ยๆ)

Medleyเพลงอกหัก
รักเธอทั้งหมดของหัวใจ
ลืม
ว้าเหว่
(???)
สายลม

(เปิดเคนจากข้างล่างตรงกลางhall)
เติมใจให้กัน

(เล่าเรื่องผี)
ปอบผีฟ้า
Thriller

Stand up for love (Janice+คิ้ม)
(???) (Janice)

เพราะเธอคือคำตอบ
All the man that I need

Review:
จริงๆShowนี้เป็นShowที่ตอนแรกเค้าชวนให้ทำแต่ก็มีเหตุผลบางประการที่ทำให้ไม่ทำ
ก็เลยลองไปดูว่า จากงานที่เราทำมาสองปี ปีที่เราไม่ได้ทำมันเป็นอย่างไร
บังเอิญรอบที่ผมไปดูเป็นรอบวันอาทิตย์ และผมได้ไปอ่านcommentใน Pantipมาก่อน
ซึ่งค่อนข้างต่อว่าอย่างมาก ทำให้ทำใจเอนเอียงว่าจะเจออะไรที่น่่าเบื่อมากๆ
แต่พอดูจริงก็น่าเบื่ออย่างที่เค้าว่ากัน ไม่ก็ไม่ได้แต่แย่อย่างที่คิด
ปัญหาของShowคือเรื่องเดิมๆของคนทำShowคือ ขาดSequenceที่สื่อสาร เนื่องด้วยSequence
ที่ไม่ดี ก็เลยส่งผลให้scriptก็ต้องงงงวยตามไปด้วย จึงทำให้เกิดปัญหาเดิมคือ Graph Showแกว่งไปแกว่งมา
จะตลกก็ไม่ตลกสุดๆ เนื่องด้วยแขกรับเชิญคราวนี้ไม่แข๊งแรงพอ อยู่ด้วยตัวเองไม่ค่อยได้ อยู่กับพี่คิ้มบางคนก็เหมือนคนละทาง และบางทีจะซึ้ง อยู่ๆก็ซึ้ง แล้วก็ไปตลก แล้วกลับไปน่ากลัว อะไรงงๆแบบนี้
ผู้ชมก็จะดูแบบกั๊กๆ จะโทษปัญหาของการไม่ได้เพลงจากGMMก็ไม่ถูกเพราะเพลงในตลาดตอนนี้ไม่ได้มาจากGMMมากเหมือนแต่ก่อน ดังนั้นทั้งเพลงและแขกรับเชิญที่น่าสนใจและhold Showได้ที่น่าเลือกกว่านี้จึงควรเป็นตัวเลือกมากกว่าคนที่เห็นอยู่เช่นบุรินทร์, โน้ต อุดม, tattoo color, etc อะไรก็ว่าไป
ผลของการวางsequence และเลือกแขกรับเชิญที่ไม่ดี ก็ส่งผลให้showดูเนื่อยๆตลอด ช่วงพูดถ้ามุขไหนตลกคนดูก็หัวเราะชอบใจ แต่พอเข้าเพลงก็เงียบ ไร้การตอบรับใดๆ การเลือกเพลงก็ขาดที่มาที่ไป หรือมีที่มาที่ไป แต่อารมณ์โดดมากเช่นพระเจ้าตาก มาผิดที่ผิดทางมาก

จำนวนแขกรับเชิญก็เป็นปัญหา เพราะเยอะมากและแต่ละคนไม่ค่อยมีของ จึงมาแบบไม่มีเนืิ้อมีหนัง
จำแทบไม่ได้ว่าแต่ละคนทำอะไรที่น่าสนใจ ยิ่งไม่มีของก็จำไม่ค่อยได้แล้ว ยังมาเยอะจนจำไม่ได้เลยว่าใครมาบ้าง รวมถึงความยาวของshow ที่เล่น 19.40เลิก 23.30 ก็เกือบสี่ชั่วโมงถือว่ายาวมาก(ก็พอพอกับraider ที่ยาวมากในความรู้สึกผมเช่นกัน) เมื่อมีบางตอนดูบางช่วงที่ดูแล้วค่อนข้างอืดก็จะยิ่งทำให้รู้สึกว่า show นี้มันยาวกว่าปกติ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การลงทุนด้านProductionถือว่าทำได้ดี ในสายตาของคนดูทั่วไปก็คงคิดว่าอลังการและดี
ซึ่งเหตุผลมาจากจำนวนไฟและชนิดไฟ (moving head maxจำนวนมาก, ไฟคนดูเป็นmoving par) รวมถึงจำนวนจอ และชนิดจอ (จอ LED 20 และ 10 mm)เป็นของที่มีคุณภาพสูง(ตามราคา)
ก็ต้องให้ credit ว่าลงทุน(แม้ว่าจริงๆอาจจะเป็นความอยากshowของ ของsupplierก้อเป็นได้)
แต่ระบบเสียงเป็นปัญหา ทั้งหอน, จี่ และไม่ชัดเจน รวมถึงการใส่ effect ของคน MIX เช่นการลากเสียง Delay ค้างยาวบางทีทำให้คนดูนึกว่าพี่คิ้ม Lipsing เลยเพราะเสียงมันลากอยู่ในขณะที่เจ้แกหุบปากไปแล้ว
ซึ่งปัจจัยน่าจะมากจากประสบการณ์ที่น้อยของsupplierกับสถานที่นี้ (ไม่น่าจะมาจากการไม่ลงทุนเพราะดูจากการลงไฟและแสงแล้ว ดูลงทุน ไม่น่ามาตกม้าตายที่เสียง)
production design ดูเหมือนได้designerแต่ละด้านที่ดี แต่ขาดวาทยากรที่จะควบคุมให้ มันไปในทิศทางเดียวกัน ในหลายๆครั้งจึงรู้สึกว่า มันไปคนละทิศละทาง และไม่เข้ากับอารมณ์ของShow แต่โดยรวมถือว่าproduction ผ่านในเกณฑ์ดี

showนี้ ถือเป็นโชคดีที่ไอ้เคนในจุดที่ถูกที่ถูกทาง( คือถูกเวลาเพราะตอนนี้Show dropมากจนจะไม่ไหวแล้ว และถูกทางคือมันเป็นทางพี่คิ้มที่จะฉอเลาะพระเอกที่กำลังมาแรงที่สุดในเวลานี้) ทำให้graph Showมันงัดขึ้นมาได้ ถึงแม้จะไปต่อกับshowแปลกๆ เช่นเล่าเรื่องผี ร้องเพลงสากลแบบเต็มพลัง และช่วงเพลงจบ graphก็ยังไม่ดิ่งเหวขนาดทำให้คนทั้งhallลุกกลับบ้าน แต่ก็เริ่มมีคนทะยอยกลับบ้างจำนวนนึง ไม่มากนัก แต่ที่ผิดมหันต์คือเพลงท้ายสองเพลง พี่คิ้มร้องเพลงแรก(เธอคือคำตอบ พร้อมโบกมือลา) คนดูจึงทะยอยลุกออกไปเกินครึ่งHall ปรากฎว่ามีอีกเพลงต่อจึงทำให้ตอนจบ คนดูออกไปเยอะมากๆ

ท้ายสุดทั้งนี้ เหมือนผมจะวิจารณ์ในทางไม่ดีแต่จากการสังเกตุผู้ชมคนอื่น ก็ให้การตอบรับที่ดี หัวเรอะอยู่เป็นระยะ คนดูที่ออกก่อนก็เยอะ แต่ไม่เยอะในจำนวนที่น่าตกใจ(ตอนทำโก๊ะตี๋ หรือ Kim Raider ก็ออกในจำนวนพอพอกันนะ ผมว่า) แสดงให้เห็นว่าShowที่ถูกdesignมาแบบนี้ ที่ไม่mass มาก ไม่patternมาก อาจจะเป็นที่ถูกใจผู้ชมก็ได้ (ต่างจากshow คิ้มสองอันแรกที่มีความเป็นmass และเป็นเรื่องราว สูงกว่า) ในตอนนี้ผมพยายามถามเพื่อนที่ได้ดูที่เป็นแฟนตัวจริงเค้าว่าอย่างไร ....มันอาจจะดีแล้วสำหรับtargetก้ได้นะ ใครจะรู้

แต่ข้อสรุปสำหรับผม ถือเป็นshowที่ยังไม่ดี แต่ก็ไม่ได้แย่มากขนาดรับชมไม่ได้เลย ผมว่าผมก็ดูได้ และดูจนจบแน่ๆ

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Review: คุณพระช่วย สำแดงเดชสด

คอนเสิร์ต คุณพระช่วยสําแดงสด

สถานที่แสดง:
โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์์

วันแสดง:
วันอาทิตย์ที่ 7-8 พฤศจิกายน 2552 เวลา 14.30,19.00

ผู้แสดง:
เท่ง สามช่า, ทอด ทองดี, ธงชัยประสงค์สันติ
เบน ชลาทิด, ก้อง นูโว
จัก ชวิน, ลูกโป่ง af4
โย่ง เชิญยิ้ม, น้องวันใส

concept: (promote content)

เพลงไทยไพเราะเสนาะโสต
อิ่มเอมโอชกับอาหารนานาชาติ

เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมดนตรีที่ผสมผสานเครื่องสายฝรั่งกับดนตรีไทย
เส้นสายที่ถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ทางดนตรีเฉพาะรายการคุณพระช่วย

พบกับคอนเสิร์ตคุณพระช่วยเต็มรูปแบบ พรั่งพรูไปด้วยการแสดงตระการตา ในแบบคุณพระโชว์, การประชันดนตรีไทยร่วมสมัย และฟังบทเพลงทรงคุณค่าจาก วงดนตรี คุณพระช่วยออร์เครสต้าและนักร้องคุณภาพ

Sequence:(ไม่แน่ใจเพราะไม่ได้จดไว้)
เปิดด้วยพิธีกรทั้งสาม
เพลงไทยเดิม(น้ำตาแสงใต้) เบนร้องกับลูกโป่ง
น้องวันใสร้องเพลงฉันหมุนรอบเธอเธอหมุนรอบฉัน
ก้อง สหรัฐ กับเพลงความรักเพรียกหา
การประชันของฆ้องวง สองคน
Rockกระทบไม้
เพลงงานวัด(สักเพลง จำไม่ได้)
เพลงฉ่อย
:พักครึ่ง
ประชันกีตาร์ของจัก กับขลุ่ย อาจารย์ธนิศ
เพลงคู่กรรม
ร้องเพลงโฆษณา,ละครในอดีต
Show หุ่นกระบอกเชิดแบบเกาหลี
beethoven ประชันเครื่องสายกับดนตรีไทย
อาจารย์สมบัติ ประชันแคนกับเครื่องสาย
Show จะเด็ด

Review:
(รอบที่ได้ไปดูเป็นรอบซ้อมใหญ่)
ถือเป็นshowอันนึงที่ผมอยากดู เมื่อได้ดูpromoteตัวอย่างและ อ่านconceptของshow
ผมไม่ใช่targetที่เป็นแฟนรายการ แต่รู้สึกว่าเป็นshowที่น่าสนใจมาก
ซึ่งเมื่อได้ชม ก็พบว่าcontent ของshowจริงๆแล้วมีความน่าสนใจอยู่หลายอันมาก
แต่เมื่อshowขาดการร้อยเรียงsequenceที่ดี และโครงscriptที่ดี ก็เลยทำให้ความน่าสนใจของแต่ละShow
มันขาดความต่อเนื่องและขาดการสื่อสารให้ผู้ชมเข้าใจ conceptของShowโดยรวม อีกทั้งการสรุปscriptท้าย
ที่จะเป็นการสรุปหัวใจของงานก็ไม่ชัดเจน พิธีกรสามท่านพูดกันคนละทิศละทาง มันก็เลยทำให้ความเข้าใจในShowมันไม่ชัด อักทั้งการเรียงshowแต่ละอันดูไม่มีที่มาที่ไปและ ดูเหมือนไม่ได้สนใจgraphของshow และความต่อเนื่องของshow ทำให้อารมณ์ร่วมของผู้ชมดูขาดๆตอนๆ จะpeakก็ไม่peak จะ ซึ้งก็ไม่ซึ้ง รวมทั้งการมีshowบางอันที่ดูไม่เกี่ยวข้องเช่น เพลงฉันหมุนรอบเธอเธอหมุนรอบฉัน หรือแม้กระทั่งการร้องเพลง เติมใจให้กัน และการแสดงของจัก กับอาจารย์ธนิศ ดูเล่นสด(improvised)เกินไป เหมือนไม่ได้ซ้อมกันมาเลย

โครงสร้างของproduction
เนื่องจากเป็นการrestage โครงของproductionก็คงทำมาแล้ว แค่นำมาประกอบใหม่ แต่เดาว่าเนื่องจากเป็นรอบซ้อมใหญ่ อะไรก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง ก็จะพบว่าจังหวะต่างๆของงานทั้งแสง ทั้งฉาก ก็ยังไม่ค่อยลงตัว ส่วน
Stage Designน่าจะทำได้น่าสนใจกว่านี้ เนื่องจากการออกแบบค่อนข้างflatกับพื้นทำให้dynamicของblocking ก็ค่อนข้างลำบาก เท่ากับเล่นแบบบทพื้นทั้งหมด การแบ่งbandน่าจะทำชัดเจนกว่านี้

ดีที่ความสามารถเฉพาะตัวของพิธีกรทั้งสามที่สามารถอุ้มอารมณ์คนดูให้อยู่ยาวต่อเนื่องจนจบได้
ถึงแม้ว่าพิธีกรจะไม่สามารถช่วยสื่อสารให้แต่ละช่วงชัดเจน แต่อย่างน้อยทั้งสามท่านก็ทำให้ผู้ขมไม่รู้สึกอยากลุกออกไปก่อนหรือกลับบ้านก่อน เพราะมีความสามารถในการเล่นตลกให้ผู้ชมขำอยู่ตลอดshow ถึงแม้ว่ามุขต่างๆก็จะไม่เกี่ยวข้องกับshow รวมทั้งบางครั้งจะทำให้ผู้ชมยิ่งสับสนว่าShowต้องการสื่อสารอะไร

โดยรวมถือเป็นShowที่มีความเฉพาะตัว และน่าสนใจ รวมถึงcontentส่วนใหญ่ที่น่าสนใจ ก็ยังทำให้showมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่าถ้าได้รับเวลาและการปรับปรุงเรื่องproduction design, sequence, scriptและตัดบางส่วนที่ดูไม่เกี่ยวข้องออกไป ก็น่าจะทำให้showดูลงตัว เต็มไปด้วยสาระและบันเทิงจริงๆ

ไหนไหนก็มีโอกาศดูshowเยอะ ขอทำREVIEWกะเค้ามั่ง

ก็ตามชื่อหัวข้อนั่นแหละ คือผมเป็นคนที่มีโอกาสได้ดูshowหลายอัน
แต่เนื่องจากเป็นคนทำงานจริงด้วย บางทีเราเลยไม่อยากพูดอะไร ไม่อยากวิจารณ์ออกมาดังๆ
เพราะในมุมคนทำงาน ยางทีเราก็เข้าใจว่าทำไมมันออกมาได้แค่นี้ ทำไมมันถึงเป็นอย่างงี้ ทำไมอันนั้นไม่ดี
บางครั้งมันก็น้ำท่วมปากพูดไม่ออก เพราะการทำงานมันก็มาพร้อมปัญหามากมายที่เราจะต้องเผชิญ
บางทีความสามรถ ณ ขณะนั้นเราก็มีแค่นั้นก็ทำได้แค่นั้น
อย่างว่าแหละครับ อื่นๆอีกมากมาย...
แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบวิเคราะห์วิจารณ์ บางทีก็ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะทำReview
ก็เลยว่าไหนไหนก็ไหนไหน ก็Reviewไปเถอะ ทำไปในฐานะคนทำงานนั้นแหละ
เวลาตัวเองเขียนถึงงานตัวเองก็มีcommentงานตัวเองเสมอ มันก็เหมือน Reviewนั่นแหละ
ดังนั้นต่อไปนี้ ผมจะเริ่ม Review งานทุกงานที่ตัวเองได้ดู

ขออนุญาตินะคร้าบบบ

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ผลลัพท์ กะทีมงาน

ส่วนผลลัพท์ของShow ในโดยรวมผมถือว่า ok เป็นไปตามใจพี่โอม
แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้ดีมาก ผมเดาว่าคนดูครึ่งนึงจะรู้สึกเบื่อเป็นบางช่วง โดยเฉพาะช่วงETCและ พี่หนึ่งนิดหน่อย แล้วก็พวกsoloยาวของพี่โอมทั้งหลาย และผมเชื่อว่าหลายคนอยากมาฟังการเล่นแบบเดิมๆของพี่พี่ เพราะอยากมาย้อนอดีต และอาจจะผิดหวังที่มีหลายเพลงไม่ได้ร้อง (อย่างผมเองอยากฟังดาราทีวี สาวเฟี้ยวฟ้าว หรือ เรา แต่ก็ไม่ยักมี) พี่โอมแกไม่อยากเล่นหลายๆเพลง มันเลยออกมาเช่นนี้ (จริงๆ ผมก็เข้าใจพี่โอมเค้านะว่าทำไมไม่อยากเล่น เพราะมันลำบาก ภาพและการวางตัว วันนั้นจนถึงวันนี้มันมีความแตกต่างกันอยู่สูง มันก็ลำบากที่จะทำแบบเดิมๆ แบบคนอายุยี่สิบในขณะที่ปัจจุบัย อายุกว่าสี่สิบงี้) แต่รวมๆผมก็ถือว่ามันไม่ได้แย่ production ก็พอทนได้ ผมว่ามันOk แหละ แค่รู้ว่ามันทำได้ดีกว่านี้อีกมาก เพราะการบริหารจัดการเวลายังไม่ดี ทำให้เวลาทำงานจริงหน้างานมันน้อยเกินไป

ภาพที่เอาให้ดูเป็นภาพที่เค้าเอามาจากWebที่เค้าให้สัมภาษณ์ชมทีมงาน ซึ่งก็ไม่ได้กล่าวถึงเราหรอกนะ แต่ไม่เป็นไร เค้ายังอุตส่าหฺลงรูปให้ผม โดดเด่นเลยกลางรูปเป๊ะ ตามทฤษฎี compo จุดเดนตรงกลาง แค่มันเล็กไปหน่อยเท่านั้นแหละ ฮ่าๆๆ (เห็นผมมั้ยคร้าบบบบบบบบบบบบบบบ)


INNOCENT CONCERT DESIGN

หลังๆผมไม่ค่อยพูดถึงวิธีการทำงานในการทำproductionของconcert
งั้นผมคงพูดในงานinnocent เพื่อเป็นบทสรุปของพัฒนาการในการทำproduction ของผมละกัน
จริงๆแล้วแบบเวทีของinnocentได้ถูกทำขึ้นมาก่อนJoe+J Concert เพราะขายแบบก่อนหน้าJoe+J อีก
แต่ ทั้งสองconcert นี้มีโครงร่างการdesignแบบเดียวกัน (the same conceptual) แต่อาจจะต่างกันในdetail design ดังนั้นจะขอเล่าท้าวความวิธีคิดงานของผม คือหนึ่งต้องสื่อสารMOOD&TONEของconcert รวมไปถึงconceptของConcertให้ได้ก่อน เมื่อได้รูปร่างของงานdesign จอจะเป็นส่วนหนึ่งที่ลูกค้า(และผม) มักต้องการ เพราะมันเป็นอุปกรณืสื่อสารชั้นดี ในกรณีที่เราไม่มีเงินทำset หลายๆset เพื่อสร้างความแตกต่างในshow รวมทั้งจอจะสามารถขยายภาพสดที่เราจะสื่อสาร ณ ขณะนั้นได้ดี แต่อย่างไรก็ตามการสื่อสารด้วยจอ จะทำให้เกิดpatternเวที ที่ซ้ำซาก คือเป็นก้อนสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลาง ครั้นจะมีมากกว่าก้อนเดียวก็ มักจะติดปัญหาที่budget
ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาส่วนใหญ่ของผม ที่ทำมาตลอดปี สองปี คือการใช้movementของจอ เพื่อเปลี่ยนรูปแบบของstage และใช้graphicให้สอดคล้องไปกับpatternจอที่เปลี่ยนไป ซึ่งทั้งงาน JOE+J , GREEN CONCERT, INNOCENTต่างก็เป็นเช่นนั้นด้วยกันทั้งหมด แต่ในช่วงหลัง ผมจะพยายามพัฒาการintrigrate ตัวSET ,จอLED และไฟทั้งหมด ไว้ในDesign ซึ่งงานที่พัฒนาขึ้นมาชัดเจนที่สุดก็คงเป็นงานInnocentเนียะแหละ ซึ่งกว่าจะได้มาอย่างนี้ก็ต้องทะเลาะกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายฉากที่ต้องโดนบังคับให้ทำงานรวดเร็วเพราะต้องให้เวลาตั้งไฟ บนฉาก ฝ่ายแสงที่ไม่อยากตั้งบนฉากเพราะทำงานยากรวมถึงฝ่ายภาพ ที่เป็นห่วงเรื่องmechenic การขยับจอของฝ่ายฉาก แต่ในที่สุดผมก็fightออกมาจนได้ ก็ได้งานอย่างที่เห็นคือ สร้างโครงสร้างฉากที่มีไฟอยู่ในตัว และมีจออยู่ในตัวและขยับเพื่อเปลี่ยนpatternได้
โครงสร้างของProduction designนี้ จะติดตั้งไฟไว้บนฉาก ข้อดีคือเมื่อฉากเปลี่ยนpattern แสงก็เปลี่ยนไปด้วย ทำให้คนดูจะรับรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงของทั้งแสงและฉาก ง่ายต่อการทำsceneให้ดูต่าง ผมรองหลักไว้ด้วยLED par ทั้งสองงานโดยมีฉากรับ เพื่อให้เป็นพื้นที่ส่องไฟจะได้มีแผงรับแสงเต็มๆ ก็ทำให้เพิ่มsceneได้อีก คนดูก็จะรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของแสง ผมขยับTruss เหนือหัวซึ่งมักจะเอาไว้ดักในทางกล้อง(ทำDVD) ให้มันขึ้นลง (เพราะ truss ทุกอันก้ต้องแขวนด้วนรอกไฟฟ้า) ผมก็แค่มาขยับอยู่ระหว่างShow แค่นี้คนดูก็จะรับรู้ได้ถึงความต่างของsceneแบบPhysicalเลย ...แล้วเป็นไปดังคาด เมื่อฉากช้า แสงก็ทำงานไม่ทัน จริงๆงานInnocent แส่งทำงานเสร็จไปแค่30%แต่ท้ายงานก็ออกมาดูดี เพราะโครงที่designมามันเอ้ือให้เกิดความต่างของSceneอยู่แล้ว แค่แสงเดินอยู่ในระบบวิธีคิด (ทำแสงตามสีภาพในจอ กับอารมณ์เพลง) ก็รอดแล้ว
หลังๆ ผมพยายามDesignให้production เวที ไฟ และ จอ มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ชุดไฟส่วนใหญ่จะถูกจัดอยู่ในSet (ทั้ง Joe+J, Innocent, และจริงๆGreen Concertก็ตั้งใจอย่างนั้นแต่เวลาในการทำงานไม่ทันเลยไม่ค่อยออกมาเข้ากันนัก ) เหล่านี้จะทำให้งานดูเรียบร้อย และน่าสนใจ ...สรุปคืองานอาจจะไม่ต้องที่สุด แต่ถ้าเราสามัคคี มันก็จะออกมาดี

ส่วนScene ต่างๆไว้ผมเอามาpresentอีก เพราะinnocentเป็นshowที่ทำและร่วมคิดSceneโดยตลอด แต่ละช่วงจะเก็บมุขไว้ ใช้อย่างเหมาะสม ก็ลองดูจากภาพที่ผมไปขอยืมมากจากพันทิป(โดยยังไม่ได้ขออนุญาติ) แต่ถ้าใครมาเห็นก็ถือว่าขออนุญาติละกันครับ เพราะให้ตัวเองไปถ่ายคงไม่มีเวลา และไม่มีความสามารถ


ปล.. มีคนcomment หลายคนว่าเวทีดูสัดส่วนเอียงไปทางพี่โอมมาก ต้องบอกเลยว่าอันนี้แกขอ เพราะแกไม่มั่นใจ ถ้าพื้นที่เล่นไม่เยอะ เพราะในตอนแรก ผมวางเวทีflat ให้เท่ากันทั้งสี่คนเลย แกบอก....ไม่สะดวก









มรสุมลูกใหญ่ลุกสุดท้าย innocent มรสุมที่พัดนานที่สุด

มาถึงมรสุมใหญ่ลูกสุดท้าย เป็นมรสุมที่มาตั้งแต่เนิ่นๆเลย
ทีมงานorganizerโทรมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนได้มั้ง ว่ามีงานให้ทำเป็นงานของ Innocent
แต่มีข้อตกลงพิเศษคือพี่โอม ชาตรี แกอยากให้คนทำเข้าไปคุยกะแกบ่อยๆ แบบอาทิตย์ละสองสามครั้ง
ผมก็แบบอึ้งๆ ว่าอาทิตย์ละสองครั้ง จะไปทำอะไรทันวะ แต่ด้วยความเป็นแฟนเพลงอินโนเซนท์ ก็เลยตกปากรับคำไปว่าได้ นั่นคือสัญญานของการตอบรับมรสุมลูกน้ีเข้ามา
สักไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ผมต้องไปสัมภาษณ์กะพี่โอม(ยังกะสมัครงาน) ก็ไม่มีไร แค่คุยๆกันผมเป็นแฟนเพลงวงนี้ มันก็ไม่ยากอะไรที่จะทำให้เค้าOK หลังจากนั้น งานผมก็เริ่มเข้าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ไปคุยกะแกทุกๆสัปดาห์ แก(พี่โอม)ก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ผมเข้าไปตอนแรกก็กะว่าทำconcertที่productionดีดี ส่งเสริมวงแก พร้อมีguest ช่วยให้Showมันไม่drop ก็น่าจะเอาอยู่เพราะผมว่าคนดูน่าจะอยากมาฟังเพลงของพี่พี่เค้า(อย่างน้อยผมคนนึงละที่อยากฟัง) ปรากฎว่าพี่โอมมาshotแรก คิดไปนู่น จะมีแตรวงมาเต้นในคนดู จะมีPOM POM GIRL จะมีสาวมาเต้น จะมีแปรอักษร จะมีShowคนตีกัน โอ้ย มีนู่นนี้ตลอด เวย์ ทำมาสี่เดือน ท้ายสุดกลับไปเป็นแบบธรรมดาที่ตูเสนอมาตั้งแต่ต้น ก็เอาวะ ไม่เป็นไร อย่างน้อย Concertนี้เป็น Concert ที่ผมว่ามีการเตรียมตัวละเอียดที่สุด ไม่ขอใช้คำว่าดีที่สุดนะ แต่ขอใช้คำว่าละเอียดที่สุด คือ เอะอะ ก็ลองเทส เอะอะ เอะอะก็ลองทำดู ไอ้ที่ว่านั่น ไม่ได้หมายความว่าลองทำดูในแบบหรือลองทำดูแค่วันจริง แต่คือลองหาวันsetขึ้นมาจริงๆล่วงหน้า ซึ่งก็ดี เพราะมันจะเห็นข้อได้ดีข้อเสียของงานก่อน แค่สงสารorganizer เพราะมันก็แปลว่า เอะอะ เอะอะ ก็ใช้ตังๆ รูปที่แนบให้ดูนี้เป็นPre-Production ทั้งหมดตั้งแต่ Test blocking,Text Costume, Test stage, Test Mechanic ส่วนรูปล่างๆมีตอนRun through กับตอนShow นิดหน่อย






เร่ขายฝัน เพิ่มเติม



รูปเหล่านี้เป็นรูปที่ทีมงานถ่ายในรอบแรกๆของละคร ซึ่งฉากยังไม่สมบูรณ์แต่มันคงดีกว่าที่ถ่ายจากมือถือของผมในmailก่อนหน้านี้